<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>Akedemo (o-o)</title>
	<atom:link href="http://akedemo.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://akedemo.wordpress.com</link>
	<description>All gurus were once n00bs.</description>
	<lastBuildDate>Tue, 31 Jan 2012 04:10:57 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
<cloud domain='akedemo.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://1.gravatar.com/blavatar/7d6b352e3875843847e0e9ae15fe5736?s=96&#038;d=http%3A%2F%2Fs2.wp.com%2Fi%2Fbuttonw-com.png</url>
		<title>Akedemo (o-o)</title>
		<link>http://akedemo.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://akedemo.wordpress.com/osd.xml" title="Akedemo (o-o)" />
	<atom:link rel='hub' href='http://akedemo.wordpress.com/?pushpress=hub'/>
		<item>
		<title>State of the Union 2012: เมื่อสหรัฐฯ ดึงคนเข้าบ้าน</title>
		<link>http://akedemo.wordpress.com/2012/01/27/state-of-the-union-2012-in-my-perspective/</link>
		<comments>http://akedemo.wordpress.com/2012/01/27/state-of-the-union-2012-in-my-perspective/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 26 Jan 2012 18:55:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>akedemo</dc:creator>
				<category><![CDATA[General Topics]]></category>
		<category><![CDATA[USA]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://akedemo.wordpress.com/?p=3137</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2012 ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา บารัก โอบามา ขึ้นรายงาน State of the Union ประจำปี ความจริงผมก็ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับ State of the Union อะไรก่อนหน้านี้หรอก แต่ในปีนี้ State of the Union ของโอบามาได้รับความสนใจจากเว็บข่าววิทยาศาสตร์ของทางฝั่ง US มากเป็นพิเศษ เหตุผลเพราะปีนี้โอบามาพูดถึงเรื่องความสำคัญของวิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี, พลังงานสะอาด, และการศึกษามากเป็นพิเศษ ตัดเรื่องโม้ผลงานตัวเองออกไปก่อน ผมฟังดูแล้วก็มีความรู้สึกชื่นชมการพูดของโอบามา เนื้อหาที่พูดก็มีประเด็นที่น่าสนใจมากๆ ด้วย โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการศึกษาและวิทยาศาสตร์ โดยธรรมชาติของ State of the Union ประธานาธิบดีก็จะมาโชว์ผลงานและวิสัยทัศน์ว่าปีที่แล้วรัฐบาลสหรัฐฯ ทำอะไรไปแล้วบ้าง ปีหน้าจะทำอะไรบ้าง ในสายตาของผม ประเด็นใหญ่เกี่ยวกับวิสัยทัศน์ของ State of the Union ปี 2012 นี้โดยรวมเป็นอย่างที่ผมสรุปไว้ในหัวข้อ คือ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=akedemo.wordpress.com&amp;blog=6158511&amp;post=3137&amp;subd=akedemo&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://akedemo.wordpress.com/2012/01/27/state-of-the-union-2012-in-my-perspective/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">akedemo</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>การลอกข่าวแบบหน้าด้านที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอ</title>
		<link>http://akedemo.wordpress.com/2012/01/21/most-absurd-plagiarist-i-ever-seen/</link>
		<comments>http://akedemo.wordpress.com/2012/01/21/most-absurd-plagiarist-i-ever-seen/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 21 Jan 2012 10:06:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>akedemo</dc:creator>
				<category><![CDATA[General Topics]]></category>
		<category><![CDATA[Jusci]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://akedemo.wordpress.com/?p=3127</guid>
		<description><![CDATA[ปกติผมไม่ค่อยมีอารมณ์มากกับการ copy ข่าวหรือบทความที่ผมเขียนเท่าไรนะ ทำ link กลับมาที่ข่าวผมบ้าง ไม่ทำบ้างก็ว่ากันไป ถ้าเห็นว่าที่มาให้ไม่ครบ ผมก็แค่ไปคอมเม้นท์ตักเตือนบ้าง (ถ้าทำได้) แต่ที่ผมเจอวันนี้นี่เล่นเอาผมหัวเสียพอสมควร เอาว่าลองเทียบข่าวที่ผมเขียนลงที่นี่ &#8220;พบฮอร์โมนชนิดใหม่ &#8220;Irisin&#8221; แค่ฉีดก็สลายไขมันได้เหมือนออกกำลังกาย&#8221; กับที่เขาเอาไปใส่ไว้ในบล็อก http://ashikava.exteen.com/20120121/irisin (เจ้าของบล็อกกรุณามาขอบคุณผมด้วยนะ ผมอุตส่าห์ทำลิงค์ไปให้) และอีกคู่ การรู้สึกว่าโทรศัพท์มือถือสั่นทั้งที่ไม่มีสายโทรเข้าเป็นเรื่องธรรมชาติ กับ http://ashikava.exteen.com/20111221/entry ถ้าแค่ copy ข่าวไป แล้วทำเฉยๆ นี่ผมยังพอทนนะ แต่อันนี้เล่น สมอ้างเอาเลยว่าเป็นการแปลข่าวของตัวเอง แหม มีการออกตัวด้วยนะ &#8220;ที่เราแปลอาจจะไม่เหมือนต้นฉบับเพราะ แปลให้เข้าใจง่าย&#8221; และมีการบอกแฟนๆ ว่า &#8220;ไปอ่านจากที่มา อย่าแปลกใจ ผมปรับปรุงการนำเสนอให้เป็นสไตล์ผม&#8221; (ก็มันจะไปเหมือนที่มาเว็บต่างประเทศได้ไงหละ แกไม่ได้ไปอ่านด้วยซ้ำ เล่น copy ข่าวกรูไปทั้งดุ้น) ผมขอบอกไว้เลยนะ ต่อให้ผมจำข่าวไม่ได้ว่าข่าวไหนเป็นข่าวผม การแปลของผมก็มี signature บางอย่างซ่อนอยู่ที่ผมเห็นก็รู้ว่าอันนี้ต้อง copy มาจากของผมแน่ๆ ดังนั้นหากจะแชร์ข่าวก็ควรทำให้ถูกต้องตาม Creative Commons ดีกว่านะ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=akedemo.wordpress.com&amp;blog=6158511&amp;post=3127&amp;subd=akedemo&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://akedemo.wordpress.com/2012/01/21/most-absurd-plagiarist-i-ever-seen/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">akedemo</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://akedemo.files.wordpress.com/2012/01/screenshot-at-2012-01-21-182147.png?w=300" medium="image">
			<media:title type="html">twitter</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>โปรเจ็กต์ลับของผมในปี 2012</title>
		<link>http://akedemo.wordpress.com/2012/01/21/my-2012-projects/</link>
		<comments>http://akedemo.wordpress.com/2012/01/21/my-2012-projects/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 21 Jan 2012 05:00:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>akedemo</dc:creator>
				<category><![CDATA[General Topics]]></category>
		<category><![CDATA[facebook]]></category>
		<category><![CDATA[google]]></category>
		<category><![CDATA[Jusci]]></category>
		<category><![CDATA[science]]></category>
		<category><![CDATA[twitter]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://akedemo.wordpress.com/?p=3123</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อประมาณสัปดาห์ที่แล้ว ผมโพสต์ใน Facebook และ Twitter ว่าจะหยุดเขียนอะไรลง Social Network ชั่วคราว เพราะผมรู้สึกว่าแทนที่จะได้อ่านข้อมูลที่มีประโยชน์ เราก็มัวแต่กังวลกับสิ่งที่เราโพสต์ลงไปซึ่งบางทีมันก็เป็นแค่ความคิดชั่ววูบที่แวบเข้ามาในสมอง ไม่ได้กลั่นกรองให้มากพอ (แต่ส่วนใหญ่ผมคิดหลายรอบก่อนโพสต์นะ &#8212; อย่างน้อยผมก็เชื่ออย่างนั้น) หนักเข้ามันเลยไม่ค่อยคิดอะไร นึกอะไรได้ก็โพสต์ แต่ละโพสต์เลยดูไร้ค่าเหมือนขยะความคิดราคาถูก แถมเสียเวลาที่จะเอาไปคิดไปทำอะไรอย่างอื่นด้วย &#8220;เพื่อน&#8221; บางคนใน Facebook และ Twitter อาจเข้าใจผิดว่าผมโกรธหรือไม่พอใจอะไรใครหรือเปล่า ก็ต้องขอบอกตรงนี้ว่า &#8220;ไม่ใช่&#8221; บางทีผมก็เบื่อขึ้นมาแบบไม่มีเหตุผล แม้ว่าผมจะไม่ได้เขียนอะไรหรือแชร์อะไรแล้ว แต่ผมก็ตามอ่านสาระและข้อมูลของคนอื่นๆ อยู่ การหยุดเขียนไป 1 อาทิตย์ทำให้ผมได้มีเวลาคิดอะไรได้เยอะขึ้นมาก ตอนนี้ในหัวผมมีโปรเจ็กต์เพิ่มขึ้นมาอีกสองอันแล้ว รวมกับอันเดิมที่มีอยู่ก็จะเป็นสามอัน ทั้งหมดนี้ยังเป็นความลับอยู่เพราะผมยังรวบรวมไม่เสร็จดี โปรเจ็กต์แรก เป็นโปรเจ็กต์ที่ผมวางไว้เป็นเวลาปีกว่าๆ แล้ว ยังไม่มีกำหนดเสร็จ และอาจจะต้องรอโอกาสที่เหมาะสมเท่านั้นเพราะเป็นเรื่องที่มีผลกระทบค่อนข้างกว้าง โปรเจ็กต์นี้มีคนรู้แค่เพื่อนที่รู้จักกันไม่กี่คน, และเพื่อนใน Facebook อีกไม่กี่คนเช่นกัน โปรเจ็กต์ที่สอง อันนี้คิดได้หลังจากการหยุดเขียน Social Network สองวัน เป็นโปรเจ็กต์ที่จะทำลงให้เว็บ Jusci.net คาดว่าจะเห็นเป็นรูปเป็นร่างได้ภายในครึ่งแรกของปีนี้ ตอนนี้กำลังเก็บรวบรวมข้อมูลอยู่ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=akedemo.wordpress.com&amp;blog=6158511&amp;post=3123&amp;subd=akedemo&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://akedemo.wordpress.com/2012/01/21/my-2012-projects/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">akedemo</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>วันครูไทย วันครูโลก</title>
		<link>http://akedemo.wordpress.com/2012/01/16/teachers-days/</link>
		<comments>http://akedemo.wordpress.com/2012/01/16/teachers-days/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 16 Jan 2012 10:50:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>akedemo</dc:creator>
				<category><![CDATA[General Topics]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[Teacher]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://akedemo.wordpress.com/?p=3118</guid>
		<description><![CDATA[วันที่ 16 มกราคม เป็น &#8220;วันครูของประเทศไทย&#8221; เรื่องนี้เราคงรู้กันอยู่แล้ว ถึงจะไม่ใช่เด็กนักเรียนหรือครู คนทั่วไปก็คงได้ข่าวการแจกรางวัลครูดีเด่นเป็นการย้ำเตือนความจำว่าประเทศนี้ยังมีวันครู ยังคงให้ความสำคัญกับอาชีพครู(อยู่บ้าง) ผมพยายามหาว่าทำไมเราถึงจัดให้วันที่ 16 มกราคม เป็นวันครู แต่ผมหายังไงก็ไม่เจอ คำตอบเท่าที่พอจะหาได้คือมันถูกเลือกของมันมาแบบนี้ ฟังแล้วดูเหมือนกำปั้นทุบดิน ไม่มีเหตุผลเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์หรือเรื่องราวอื่นใดในวงการการศึกษาของประเทศนี้ (หรือแม้แต่ของโลกนี้) เลยแม้แต่น้อย ข้างล่างนี้คือที่มาของวันครูครั้งแรกของประเทศไทยจากวิกิพีเดีย วันครูได้จัดให้มีขึ้นครั้งแรกเมื่อ 16 มกราคม พ.ศ. 2500 สืบเนื่องมาจากการประกาศพระราชบัญญัติครูในราชกิจจานุเบกษา เมื่อ พ.ศ. 2488&#8230;. ผมลองค้นดูจากที่อื่น คำตอบก็ไม่ได้แตกต่างจากนี้ไปมากนัก สงสัยถ้าผมอยากรู้มากกว่านี้คงต้องตามไปถามคนร่างประกาศนี้ (ซึ่งก็คงเสียชีวิตกันไปหมดแล้ว) แม้จะเป็นปกติของประเทศนี้ที่เรื่องต่างๆ เกิดขึ้นได้โดย(เสมือนว่า)ไม่มีเหตุผลใดๆ แต่ถึงอย่างไรเราก็ต้องนับว่าประเทศนี้ให้ความสำคัญกับบุคลากรทางการศึกษาแล้วกัน เกิดเป็นคนไทย ไม่ควรรู้อะไรมาก จงพอใจกับคำตอบ(ที่ไม่เหมือนคำตอบ)ซะ คราวนี้มาดูการให้ความสำคัญของครูในระดับโลกกันบ้าง เรื่องที่คนไทยหลายคนอาจจะไม่ค่อยสนใจ (ผมเองก็เพิ่งมาสนใจเร็วๆ นี้) คือ องค์การ UNESCO ประกาศให้วันที่ 5 ตุลาคมของทุกปีเป็นวันครูโลก (World Teachers’ Day) มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1994 [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=akedemo.wordpress.com&amp;blog=6158511&amp;post=3118&amp;subd=akedemo&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://akedemo.wordpress.com/2012/01/16/teachers-days/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">akedemo</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ปริมาณข้อมูลในการหลั่งน้ำอสุจิหนึ่งครั้ง (คำนวณใหม่)</title>
		<link>http://akedemo.wordpress.com/2012/01/10/data-transfer-rate-of-ejaculation/</link>
		<comments>http://akedemo.wordpress.com/2012/01/10/data-transfer-rate-of-ejaculation/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 09 Jan 2012 19:09:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>akedemo</dc:creator>
				<category><![CDATA[General Topics]]></category>
		<category><![CDATA[science]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://akedemo.wordpress.com/?p=3115</guid>
		<description><![CDATA[โพสต์นี้เป็นการใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์แบบไร้สาระ บั่นทอนสติปัญญา เด็กและเยาวชนไม่ควรอ่านเป็นอย่างยิ่ง อันนี้เป็นการคำนวณปริมาณข้อมูลเทียบเป็นหน่วย TB ของการปล่อยน้ำว่าวหนึ่งครั้ง http://www.makeuseof.com/tech-fun/16875-terrabytessec-the-bandwidth-of-ejaculation/ เค้าคำนวณออกมาได้ 1,687.5 TB/sec แต่ผมคิดว่าเค้าใช้ตัวเลขผิดนะ ถ้าอิงจากข้อมูลของ Human Genome Project ที่ wikipedia http://en.wikipedia.org/wiki/Human_genome ข้อมูลพันธุกรรมในสเปิร์ม 1 ตัวจะบันทึกเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยเฉลี่ย 743.65 MB และจำนวนเฉลี่ยสเปิร์มต่อการปล่อยหนึ่งครั้งของชายสุขภาพปกติ คือ 40 ล้านตัว (ข้อมูลตามเกณฑ์ของ WHO อ้างอิง http://en.wikipedia.org/wiki/Semen ) เวลาในการปล่อยนี่ผมไม่รู้จริงๆ ว่าจะหาจากไหน (จะทดลองจับเวลาเองก็คงไม่ถนัด) เอาเป็นว่าขอยืม 5 วินาทีมาคิดแล้วกัน สรุปคูณๆ หารๆ กันแล้ว ผมคิดได้ว่า การปล่อยอสุจิหนึ่งครั้งของชายสุขภาพปกติมีความเร็วในการส่งผ่านข้อมูลโดย เฉลี่ย 5949200000 MB/sec หรือ ประมาณ 5.95 PB/sec เป็นอย่างต่ำ Footnote: ตัวเลข MB เฉลี่ยของข้อมูลพันธุกรรมในอสุจิ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=akedemo.wordpress.com&amp;blog=6158511&amp;post=3115&amp;subd=akedemo&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://akedemo.wordpress.com/2012/01/10/data-transfer-rate-of-ejaculation/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">akedemo</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ตรรกะของผมเรื่อง &#8220;สองมาตรฐานและคอร์รัปชัน&#8221;</title>
		<link>http://akedemo.wordpress.com/2012/01/10/power-and-coruption-in-my-opinion/</link>
		<comments>http://akedemo.wordpress.com/2012/01/10/power-and-coruption-in-my-opinion/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 09 Jan 2012 19:05:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>akedemo</dc:creator>
				<category><![CDATA[General Topics]]></category>
		<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[science]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://akedemo.wordpress.com/?p=3112</guid>
		<description><![CDATA[ที่ผมเคยแปลเรื่อง &#8220;ทฤษฎีเกมชี้สองมาตรฐานและคอร์รัปชันทำให้สังคมดำรงอยู่ได้&#8221; ลง Jusci http://jusci.net/node/1444 แล้วโดนเสื้อแดงเสื้อเหลืองสลิ่มสามัคคีรวมใจรุมด่าทั้งเว็บเนี่ย ผมพอเรียบเรียงตรรกะที่ผมมีได้แล้ว ย้ำหน่อย อันนี้เป็นตรรกะของผมเองนะ ไม่เกี่ยวอะไรกับทฤษฎีเกมหรือตัวเปเปอร์ สมมติว่า สังคมหนึ่งประกอบด้วยชนชั้นทำงานและชนชั้นควบคุม ชนชั้นทำงานมีหน้าที่เก็บเกี่ยวทรัพยากรซึ่งทรัพยากรนี้คนเดียวเก็บไม่ได้ ต้องใช้คนจำนวนหนึ่งช่วยกันเก็บ ชนชั้นควบคุมมีหน้าที่ควบคุมให้ทุกคนร่วมมือกันเก็บ ทุกคนได้ส่วนแบ่งแบบ fair share ตามผลงานที่ทำ ชนชั้นทำงานก็ได้ตามทรัพยากรที่เก็บได้ ชนชั้นควบคุมก็ได้ตามจำนวนคนอู้ที่โดยลงโทษ ถ้าเราเริ่มจากสังคมที่ทุกคนเป็น &#8220;คนดี&#8221; ทำตามหน้าที่ตนเองอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ผ่านไปสักพัก ชนชั้นควบคุมก็จะต้องหายไป เพราะพวกเขาไม่มีใครให้ลงโทษ ดังนั้นเขาจะไม่ได้รับส่วนแบ่งอะไรเลย ทางเดียวที่จะรอดคือต้องสลับบทมาเป็นชนชั้นทำงาน และถ้าเกิดสมมติวันหนึ่ง สังคมคนดีนี้เกิดมี &#8220;คนโกง&#8221; (หรือคอร์รัปชัน) ไม่ว่าจะถูก introduced หรือกลายพันธุ์ขึ้นมาเอง คนโกงคือคนที่รับส่วนแบ่งแต่ไม่ทำงาน ดังนั้นคนโกงก็จะได้ผลประโยชน์สุทธิเหนือกว่าทุกคนในสังคม เพราะเขาไม่ต้องลงทุน (ตอนนี้เป็นชนชั้นทำงานหมดแล้ว ไม่มีชนชั้นควบคุม) ความเป็นคนโกงก็จะแพร่ลุกลามไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งชนชั้นทำงานที่ไม่โกงเหลือน้อยกว่าจำนวนขั้นต่ำที่จะเก็บเกี่ยว ทรัพยากรได้ สังคมก็ล่มลง แต่ถ้าเราสมมติว่าชนชั้นควบคุมเกิดฉลาดแกมโกงขึ้นมาได้ก่อน แทนที่จะรอตกงาน พวกเขาเล่นใช้ &#8220;สองมาตรฐาน&#8221; จับคนทำงานเพื่อรับผลงานไปในระดับที่พอเหมาะให้ชนชั้นของพวกเขาอยู่รอดได้ สังคมก็จะมีการควบคุมตลอดไป แต่นั่นก็แปลว่าชนชั้นทำงานต้องจับคนบริสุทธิ์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะการจับคนมั่วๆ ก็เท่ากับว่าชนชั้นควบคุมไม่ต้องลงทุนอะไรเช่นกัน (ไม่ต้องไปเสียเวลาหรือพลังงานค้นหาคนผิดจริงๆ) [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=akedemo.wordpress.com&amp;blog=6158511&amp;post=3112&amp;subd=akedemo&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://akedemo.wordpress.com/2012/01/10/power-and-coruption-in-my-opinion/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">akedemo</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>วิจารณ์สารคดี The Ghost in Your Genes &#8211; BBC Horizon</title>
		<link>http://akedemo.wordpress.com/2012/01/10/documentary-analysis-a-ghost-in-your-genes/</link>
		<comments>http://akedemo.wordpress.com/2012/01/10/documentary-analysis-a-ghost-in-your-genes/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 09 Jan 2012 18:56:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>akedemo</dc:creator>
				<category><![CDATA[General Topics]]></category>
		<category><![CDATA[science]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://akedemo.wordpress.com/?p=3108</guid>
		<description><![CDATA[มีเพือนใน Facebook แชร์สารคดีนี้ และผมได้เข้าไป comment ไว้ The Ghost in Your Genes &#8211; BBC Horizon ขอเอามาแปะที่นี่ด้วย เผื่อมีประโยชน์สำหรับคนอื่น &#8212;&#8211; เป็นสารคดีเกี่ยวกับชีววิทยาที่น่าสนใจดีครับ แต่ประเด็นที่สารคดีนำเสนอไม่ได้เป็นเรื่องที่ &#8220;เว่อร์&#8221; จนรับไม่ได้ในวงการวิทยาศาสตร์แบบที่ BBC จะพยายามชี้นำ Epigenetics (ลักษณะทางพันธุกรรมที่ไม่ได้บันทึกในรูปของลำดับเบสบน DNA) ไม่ได้เป็น heresy แต่อย่างใด หนังสือเรียนมหาลัยปี 1 ก็มีเรื่องนี้บรรจุไว้ (เดี๋ยวผมกำลังจะบอกว่าเรื่องไหนที่เป็น heresy และเพราะอะไร) Epigenetics ถูกสอนในฐานะของส่วนขยาย/ข้อเพิ่มเติมจากพันธุศาสตร์แบบเมนเดล (Mendelian genetics) ซึ่งบอกว่ายีนเป็นตัวส่งต่อลักษณะทางพันธุกรรมไปยังลูกหลาน ถ้านับกันตามตัวอักษรเป๊ะๆ กฏของเมนเดลก็ไม่ใช่ว่าถูกต้องหรอกครับ เราถึงต้องเรียนส่วนขยาย/ข้อเพิ่มเติมกัน อย่าลืมว่าในยุคของเมนเดล ยังไม่มีใครรู้ว่าโครโมโซมและ DNA มีหน้าที่อะไร แต่แนวคิดใจกลางของเมนเดลต่างหากที่ถูกต้องและปฏิวัติความเชื่อเดิมๆ เกี่ยวกับการถ่ายทอดลักษณะจากพ่อแม่ไปยังลูกหลาน และปูทางสู่กำเนิดของวิชาพันธุศาสตร์อย่างที่เรารู้จักกันทุกวันนี้ ประเด็นที่เป็น heresy (ตามที่สารคดีนี้นำเสนอ) คือ หลักฐานที่ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงจากอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมที่ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=akedemo.wordpress.com&amp;blog=6158511&amp;post=3108&amp;subd=akedemo&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://akedemo.wordpress.com/2012/01/10/documentary-analysis-a-ghost-in-your-genes/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">akedemo</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>สมการความรัก (จากมุมมองนักวิทยาศาสตร์ที่ไม่โรแมนติกเอาเสียเลย)</title>
		<link>http://akedemo.wordpress.com/2012/01/10/non-romantic-love-equation/</link>
		<comments>http://akedemo.wordpress.com/2012/01/10/non-romantic-love-equation/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 09 Jan 2012 18:51:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>akedemo</dc:creator>
				<category><![CDATA[General Topics]]></category>
		<category><![CDATA[science]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://akedemo.wordpress.com/?p=3104</guid>
		<description><![CDATA[ตอนผมอยู่ ป.ตรี ปี 1 (ซึ่งก็นานแล้วแหละ) สมัยนั้นกระแสหนังเรื่อง Beautiful Mind กำลังดัง พวกผู้หญิง (และพวกตัวผู้โรแมนติก) มันก็บ้าเห่อคำว่า &#8220;สมการความรัก&#8221; พูดทีก็วี้ดว้ายกันคิกคัก ผมก็ขำๆ ในใจ ถ้าเกิดมีคนคิดจะทำไอ้สมการความรักนี่ขึ้นมา มันก็ต้องอิงจากแรงขับทางวิวัฒนาการของการส่งผ่านยีน ซึ่งก็ได้แก่ การสืบพันธุ์, kin selection หรือ group selection, parental care, male-female conflict, parent-offspring conflict, วัฒนธรรม ฯลฯ ผลมันก็จะออกมาเป็นสมการแบบที่มองความรักของมนุษย์เป็นเหมือนพฤติกรรมสัตว์ชนิด หนึ่ง ไม่มีความโรแมนติกห่าเหวอะไรทั้งนั้นแหละ แล้วพวกที่ชอบหาความโรแมนติกจากความรักจะยอมรับสมการแบบนี้ได้เหรอ แล้วมันจะวี้ดว้ายกะตู้วู้กับสมการความรักกันเพื่อ? เด็กคณะวิทย์ก็อาร์ตตัวแม่(ตัวพ่อ)ได้เหมือนกันแฮะ (สมัยนั้นยังไม่มีคำว่า &#8220;อาร์ตตัวแม่&#8221; ในความหมายนี้) ถ้าพฤติกรรมที่ดูซับซ้อนอย่างความรักของมนุษย์สามารถทำนายได้โดยสมการ คณิตศาสตร์ พฤติกรรมอย่างอื่นก็น่าจะเขียนให้อยู่ในรูปของสมการคณิตศาสตร์ได้เช่น เดียวกัน (แนวคิดนี้ปรากฏในนวนิยาย sci-fi เรื่อง &#8220;Foundation&#8221; ของอาซิมอฟ) คำถาม ถ้ากิจกรรมของมนุษย์เป็นรูปแบบตามสมการ สิ่งที่เรียกว่า free [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=akedemo.wordpress.com&amp;blog=6158511&amp;post=3104&amp;subd=akedemo&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://akedemo.wordpress.com/2012/01/10/non-romantic-love-equation/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">akedemo</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Science at wars: (สถานะของ)ศาสนา vs วิทยาศาสตร์</title>
		<link>http://akedemo.wordpress.com/2012/01/10/science-at-wars/</link>
		<comments>http://akedemo.wordpress.com/2012/01/10/science-at-wars/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 09 Jan 2012 18:47:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>akedemo</dc:creator>
				<category><![CDATA[General Topics]]></category>
		<category><![CDATA[religion]]></category>
		<category><![CDATA[science]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://akedemo.wordpress.com/?p=3101</guid>
		<description><![CDATA[ผมเห็นว่ากรณีของอิทธิพลของศาสนาพุทธในประเทศไทยนี่ต่างจากกรณีความขัดแย้ง ระหว่างศาสนากับวิทยาศาสตร์ในต่างประเทศพอสมควร (เช่น กรณี Creationism vs Science) กรณีความขัดแย้งโดยตรงแบบที่จะมีพวก fundamentalism (คำนี้หลายคนชอบแปลว่าเป็นพวกนับถือศาสนาสุดโต่ง แต่ความจริงมันหมายถึงพวกที่ยึดคำเอาตามไบเบิ้ลแบบตามตัวอักษร) ออกมาต่อต้านวิทยาศาสตร์นั้นคงจะเห็นยากในกรณีบ้านเราที่นับถือศาสนาพุทธ เป็นหลัก ผมยอมรับว่าแนวคิดของศาสนาพุทธนั้นมีความก้าวหน้ามาก (คงเป็นเพราะตัวศาสนาพุทธเองก็กำเนิดจากการปฏิวัติความคิดจากศาสนาพราหมณ์ ฮินดูอยู่แล้ว) ถ้ามันมาเป็นแนวคิดตรงๆ ด้านๆ แบบนี้ มันพิสูจน์หักล้างกันได้ชัดๆ ด้วยหลักฐาน เหมือนพวกไสยศาสตร์-วิทยาศาสตร์เทียมที่เราฉีกหน้ากากกันได้ทันที ประเด็นของศาสนา(พุทธ)กับวิทยาศาสตร์ในบ้านเรา ผมมองว่ามันมีเงาของ Science Wars (http://en.wikipedia.org/wiki/Science_wars) แทรกอยู่ด้วย โดยคร่าว Science Wars เป็นกรณีความขัดแย้งระหว่างนักวิทยาศาตร์กับนักวิชาการ postmodernist สายมานุษยวิทยา นักวิชาการสายมานุษยวิทยามองว่าตัววิทยาศาสตร์เองเป็นผลผลิตจากนัก วิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นมนุษย์ดังนั้นทฤษฎีต่างๆ ในวิทยาศาสตร์จึงได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของสังคมในยุคนั้นๆ ด้วย ไม่ได้เป็น objectivism อุดมคติแบบที่นักวิทยาศาสตร์ยกบูชากัน (มีการประดิษฐ์คำประชดประชันว่านักวิทยาศาสตร์เป็น Scientism ขึ้นมาด้วย) ลักษณะนี้เห็นชัดจากคำพูดของ ว. วชิรเมธี ที่ว่า &#8220;อย่างมงายวิทยาศาสตร์&#8221; จริงๆ ผมก็ไม่อยากเล่นโจมตีตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ผมมองว่าคำพูดของ ว. วชิรเมธี เป็นตัวแทนความคิดที่คนรุ่นใหม่ที่ได้รับการปลูกฝังพุทธศาสนามองวิทยาศาสตร์ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=akedemo.wordpress.com&amp;blog=6158511&amp;post=3101&amp;subd=akedemo&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://akedemo.wordpress.com/2012/01/10/science-at-wars/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">akedemo</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>10 ข่าว Jusci ที่ผมประทับใจที่สุดในปี 2011</title>
		<link>http://akedemo.wordpress.com/2012/01/10/top-10-jusci-news-201/</link>
		<comments>http://akedemo.wordpress.com/2012/01/10/top-10-jusci-news-201/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 09 Jan 2012 18:29:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>akedemo</dc:creator>
				<category><![CDATA[General Topics]]></category>
		<category><![CDATA[Jusci]]></category>
		<category><![CDATA[science]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://akedemo.wordpress.com/?p=3097</guid>
		<description><![CDATA[10 ข่าว Jusci ที่ผมประทับใจที่สุดในปี 2011 (เขียนเอง ประทับใจเองนี่แหละ ใครจะทำไม) อันดับไม่เรียงนะครับ 1. การเมืองแนวสันติวิธีแบบปลวกๆ http://jusci.net/node/1496 อันนี้ชอบเพราะรู้สึกว่าตัวเองเขียนดี ตอนเขียนก็สนุกดีด้วย ผมชอบพวก social insect เป็นทุนอยู่แล้ว 2. สิ่งมีชีวิตที่มี 7 เพศ http://jusci.net/node/1629 ชอบเพราะมันเป็นอะไรที่เปิดหูเปิดตาดี ผมเองก็คาดไม่ถึงเหมือนกัน 3. นักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลโว &#8220;สร้าง DNA จากวิญญาณ DNA ได้&#8221; http://jusci.net/node/1518 ข่าวนี้แสดงให้รู้ว่าแม้จะเป็นนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล หากเสนออะไรบ้าๆ ก็ต้องโดนด่า 4. นักวิทยาศาสตร์นิวซีแลนด์ท้าลองทฤษฎี Moonman ถ่มถุยแค่ &#8220;วิทยาศาสตร์ขยะ&#8221; http://jusci.net/node/1651 ข่าวนี้ผมเขียนเพื่อแก้แค้นคนที่มาด่าผมในข่าว http://jusci.net/node/1639 จนป่านนี้คนคนนั้นก็ยังไม่ยอมออกมารับผิดและขอโทษผม 5. นักวิทยาศาสตร์ Fermilab สงสัย &#8220;Tevatron อาจพบอนุภาคชนิดใหม่&#8221; http://jusci.net/node/1716 เป็นข่าวฟิสิกส์ที่ผมต้องอ่านทำการบ้านเยอะมากกว่าจะเขียนออกมาได้ 6. นักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=akedemo.wordpress.com&amp;blog=6158511&amp;post=3097&amp;subd=akedemo&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://akedemo.wordpress.com/2012/01/10/top-10-jusci-news-201/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">akedemo</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>
