นิตยสาร OpenSource2Day ออกแล้ว (ในที่สุด)


นิตยสารโอเพ่นซอร์สเล่มเดียวในประเทศไทย OpenSource2Day ฉบับที่ 9 วางแผงแล้วหลังจากที่รอมานานแสนนาน

ผมเป็นแฟนนิตยสารนี้ ซื้อมาตลอดตั้งแต่ฉบับที่ 3  โดยซื้อตามแผงเอา มันมีเหตุผลที่ผมไม่สมัครเป็นสมาชิกอยู่หลายประการด้วยกัน

1. เหตุผลข้อแรก คือ ผมไม่อยากเสียเงินก้อนไปกับความไม่แน่นอนของนิตยสารฉบับนี้ ในช่วงแรกนั้นนิตยสาร OS2D กำหนดว่าจะเป็นรายเดือน ต่อมาก็เกิดความล่าช้าขึ้นไม่สามารถวางแผงได้ตามกำหนด (เหตุผลวงใน ผมไม่รู้) จึงได้ประกาศเปลี่ยนเป็นออกทุกๆ 2 เดือน ซึ่งก็ไม่ตรงตามกำหนดอีก ปัจจุบันล่าสุดก็จะเปลี่ยนกลับไปเป็นรายเดือนอีกครั้ง แต่ผมไม่เห็นว่านี่จะเป็นคำสัญญาแต่อย่างใด ดูตัวอย่างจากการออกฉบับที่ 9 ซึ่งประกาศบนเว็บตั้งแต่วันที่ 20 กว่าๆของเดือนมกราคมว่าจะวางแผงในอาทิตย์ต่อไป เอาเข้าจริงผมได้เห็นนิตยสารวางแผงเมื่อวาน (28 ก.พ.) สายไป 3 อาทิตย์!

2. เหตุผลข้อสอง คือ คุณภาพของนิตยสารเอง จากพิมพ์สี่สีลดมาเหลือเพียงขาวดำอันนี้พอเข้าใจว่าเป็นการลดต้นทุน เนื่องจากเป็นเรื่องเกี่ยวกับโอเพนซอร์ส คนสนใจอาจจะไม่มากนัก โฆษณาก็อาจจะหายาก แต่ที่รับไม่ได้เลยจริงๆ คือ เรื่องคำผิด ถ้าเป็นการพิมพ์ตกหล่นหรืออุบัติเหตุก็ไม่เป็นไรหรอกครับ ลองมาดูตัวอย่างดีกว่าว่ามันแย่ขนาดไหน

…คนอเมริกาไม่คิดก็เลยให้คนอาเจนติน่าพัฒนาเอง เพราะ Countger ของแต่ละที่ต่างกัน…

OpenSource2Day ISSUE 9 p.15

…คราวนี้ก็มาดูที่ Server จะเรียกว่า Crown เป็นเหมือนกับกลุ่มก้อนเมฆ…

OpenSource2Day ISSUE 9 p.16

นี่เป็นตัวอย่างเคสที่ผมเห็นว่าทุเรศที่สุดแล้ว Culture คุณมาเป็น Countger, Cloud คุณก็เป็น Crown นี่มันไม่ใช่พิมพ์ผิดแล้ว นี่มันคือไม่มีความรู้ต่างหาก ตัวอย่างนี้มาจากบทสัมภาษณ์ชาวต่างชาตินะครับ เค้าคงไม่น่าจะพูดมาผิดๆ แถมคอลัมน์นี้เป็นของกองบรรณาธิการด้วย คุณไม่มีแผนกตรวจสอบเลยหรือครับ การพิมพ์ผิดแบบนี้ผมเห็นมาตั้งแต่ฉบับแรกๆแล้ว และหวังว่ามันจะดีขึ้น แต่มันกลับไม่ใช่ การพิมพ์ผิดแบบนี้กลับมีมากขึ้นๆ

เกี่ยวกับเรื่องคำผิดนี้ ทางโอเพนซอร์สทูเดย์ได้อธิบายมาแล้วว่าเป็นเนื่องมาจากความผิดพลาดในการประสานงานกับโรงพิมพ์ ซึ่งเกิดมาจากโรงพิมพ์หวังดีได้จัดส่งเข้าเล่มเร็วเกินไปนิดหน่อย ทางนิตยสารจึงส่งแก้ไปไม่ทัน

3. เหตุผลข้อสุดท้ายซึ่งสำคัญที่สุด คือ ทิศทางของนิตยสาร ออกไม่ตรงเวลายังรอได้ พิมพ์ผิดยังขีดฆ่าแล้วเขียนแก้ได้ แต่ทิศทางของนิตยสารที่คุณใช้สโลแกนว่า “นิตยสารเพื่อส่งเสริมการใช้ Software ถูกกฏหมาย” ซึ่ง (ผมเดาว่า) คุณหมายถึงการใช้โอเพนซอร์ส, ฟรีซอฟท์แวร์ และ ซอฟท์แวร์ฟรีๆ ในทางปฏิบัติมันคืออะไรครับ แรกๆมันก็ดูจะเป็นอย่างนั้น แต่ผ่านมานานเข้า เนื้อหากว่าครึ่งเล่มกลายเป็นการสอนเขียนโปรแกรม ผมไม่ได้หมายความว่า ผมไม่ใช่โปรแกรมเมอร์ เลยไม่สนใจเรื่องนี้นะ แต่ว่าการมานั่งสอนเขียนโปรแกรมมันช่วยส่งเสริมให้คนทั่วไป (หรือแม้แต่โปรแกรมเมอร์เองก็ตาม) หันมาสนใจการใช้ Software โอเพนซอร์สตรงไหน? มีบทความแนวนี้บ้างก็ดีครับ แต่ไม่ใช่ยัดมันเข้าไปทุกฉบับ ฉบับละครึ่งเล่ม

ติไปซะเยอะ ไม่ได้หมายความว่าผมไม่ชอบนิตยสาร OpenSource2Day นะ ผมชอบมาก แถมแนะนำให้กับเพื่อนๆด้วย บทความที่น่าสนใจมีเยอะ ผมได้ทำความรู้จักกับซอฟท์แวร์ดีๆหลายตัวจากนิตยสารนี้ ความรู้ดีๆที่ได้ก็นำไปใช้ประโยชน์ได้เยอะมากๆ สำหรับผม OpenSource2Day เป็นนิตยสารคอมพิวเตอร์เล่มเดียวในแผงที่ผมไม่เคยลังเลหรือเสียดายเงิน 75 บาทเพื่อที่จะได้มาครอบครอง และหวังว่านิตยสารนี้จะอยู่ให้ผมซื้อ (และติชม) ตลอดไป

7 Responses to นิตยสาร OpenSource2Day ออกแล้ว (ในที่สุด)

  1. note says:

    อยากให้พี่เอกสุดโหด… แนะนำโปรแกรมดี ๆ มีประโยชน์ให้บ้างสิ (จะเอาไว้โชว์สาว) ปล.อ่านหนังสือเรียนมั่งป่าววะเพื่อน

    • akedemo says:

      กระผมอยากให้พี่โน้ตสุดหล่อมาคุยกันทาง IM ไม่ก็โทรมาดีกว่านะครับ โปรแกรมมีไว้ใช้งานนะครับ ไม่ใช่ไว้โชว์ความเท่ แล้วกระผมจะไปรู้มั้ยครับว่าพี่โน้ตอยากจะได้โปรแกรมแบบไหน?
      ป.ล. หนังสือก็อ่านดิครับ กำลังยุ่งๆเรื่อง Proposal ด้วย ไม่เห็นเหรอว่าช่วงนี้โพสต์น้อยลง

  2. pen says:

    คุณจะไปติเขาให้เสียกำลังใจทำไมคะ ดิฉันก็เป็นคนนึงที่อ่านนิตยสารเล่มนี้ พบคำผิดเช่นเดียวกับคุณ แต่ไม่ได้คิดจะไปติหรือต่อว่าคนที่ทำแต่อย่างใด เพราะหากเขาไม่ทำสื่อดีๆ เช่นนี้ออกมา ดิฉันคงไม่มีนิตยสารเล่มนี้อ่านต่อไป แต่สิ่งที่คุณติก็ถือว่าติเพื่อก่อให้เขาแก้ไข แต่ควรใช้คำให้สุภาพสักหน่อยนะคะ ดิฉันคิดว่า หากคุณเป็นครูอาจารย์แบบดิฉัน คำพวกนี้คงไม่ออกมาเป็นตัวอักษรหรอก ใช่หรือไม่คะ

    • akedemo says:

      เรื่องใช้คำแรงไปในบางคำ ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ ต้องยอมรับจริงๆ ว่าอารมณ์ขณะที่เขียนบทความนี้เป็นความผิดหวังระคนกับความเสียใจกับนิตยสาร OS2D ฉบับล่าสุด (ISSUE 9) จริงๆ ครับ

      ผมเห็นด้วยกับคุณ pen อย่างที่สุดเลยครับว่านิตยสาร OS2D เป็นสื่อที่ดีมาก และผมเองก็อยากจะเห็นมันพัฒนาดีขึ้นเรื่อยๆ จนบางครั้งอาจจะเป็นการตั้งความหวังที่มากเกินไป

      ส่วนเรื่องคำผิดแบบที่พบนิตยสารนี่ ผมยังคงยืนยันนะครับว่า เป็นเรื่องที่ทางทีมงานนิตยสารต้องเร่งแก้ไขเป็นการด่วน เพราะว่ามันไม่ใช่เรื่องเล็กนะครับ มันเป็นเรื่องภาพลักษณ์ของตัวนิตยสารเองด้วย ทางคุณภาณุภณเองก็ได้ตอบเรื่องนี้เหมือนกันว่าเป็นความผิดพลาดในการประสานงานกับทางโรงพิมพ์ซึ่งก็กำลังอยู่ในระหว่างการแก้ไข

      ผมว่าเราทุกคนก็รักและอยากเห็นนิตยสารที่เกี่ยวกับโอเพนซอร์สอยู่กับสังคมไทยตลอดไป และผมเองก็เชื่อว่าทีมงานนิตยสารต้องการทั้งคำชมและคำติจากผู้อ่านอย่างพวกเราเพื่อเป็นกำลังใจและแรงผลักดันในการทำงานต่อไป

      สุดท้ายนี้ขอขอบคุณสำหรับคำเตือนเรื่องการใช้คำอีกครั้งนะครับ ผมจะพยายามไม่ให้มีถ้อยคำที่รุนแรงหรือไม่สุภาพในเรื่องที่เป็นการพาดพิงบุคคลที่สามครับ

  3. พโยม says:

    พวกเขียน blog ส้รางกระแสให้ตัวเองก็งี้ละครับ บางครั้งเขาก็อยากอวดรู้แต่ลืมมองตัวเองไปว่า เคยทำอะไรเพื่อสังคมบ้าง

    • akedemo says:

      ผมว่าคุณพโยมกำลังเข้าใจจุดประสงค์ของการเขียน blog ของผมผิดแล้วละมั้งครับ ผมอาจจะพยายามสร้างกระแสจริงแต่ไม่ใช่กระแสของตัวผมเองแน่นอน ถ้าคุณได้อ่านหน้า About ที่เกี่ยวกับตัวผมก็จะพบว่าผมเปิดเผยข้อมูลจริงทุกอย่าง ดังนั้นผมจะต้องรับผิดชอบต่อทุกอย่างบน blog ของผม ผมคงไม่สร้างกระแสโดยการตั้งโพสท์ด่าคนอื่นด้วยถ้อยคำหยาบคายแบบไม่มีเหตุผลแน่นอน

      กระแสที่ผมกำลังจะสร้างก็เป็นอย่างเดียวกับที่นิตยสาร OS2D และบุคคลอีกหลายท่านที่ผมเคารพตั้งใจไว้นั่นแหละครับ ก็คือการสร้างกระแสตื่นตัวในเรื่องของโอเพนซอร์สในเมืองไทย ประสบการณ์ที่ผมได้จากการใช้ Linux ทำให้ผมตระหนักว่าเรื่องราวและบทความเกี่ยวกับโอเพนซอร์สที่เป็นภาษาไทยยังมีน้อยมาก ผู้ใช้หลายคนไม่ทราบด้วยซ้ำว่าคำว่า “โอเพนซอร์ส” คืออะไรและจะรู้เกี่ยวกับมันไปทำไม ส่วนบางท่านที่ทราบและอยากจะทดลองใช้ก็ยังกลัวว่าถ้าใช้แล้วเกิดปัญหาจะแก้ได้อย่างไร กำแพงภาษาอาจจะทำให้ผู้ใช้หลายท่านยอมแพ้ เนื่องจากบทความส่วนใหญ่เป็นภาษาต่างประเทศ จะถามผู้เชี่ยวชาญก็ไม่รู้จะไปหาได้ที่ไหน

      สำหรับผมในฐานะที่เป็นเพียงผู้ใช้ธรรมดาๆ คนหนึ่งจึงอยากจะแบ่งปันประสบการณ์ ความรู้สึกในในแง่บวกและแง่ลบที่ได้จากการใช้โอเพนซอร์สให้กับผู้คนได้รับรู้ อย่างน้อยที่สุดก็จะเป็นข้อพิสูจน์ได้ว่าคนที่ไม่ใช่โปรแกรมเมอร์ ไม่ใช่เซียนคอมพิวเตอร์ ไม่มีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์เลยจนกระทั่งได้คอมพิวเตอร์เครื่องแรกในชีวิตเมื่อ 4 ปีที่แล้ว สามารถใช้งานคอมพิวเตอร์ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาการละเมิดลิขสิทธิ์ สามารถใช้ลินุกซ์แทนวินโดวส์ได้เกือบจะทั้งหมด ทำงานบน Openoffice.org ส่งได้ ตกแต่งภาพโดยใช้ GIMP ได้ ฯลฯ

      ความคิดเห็นของผมนั้นจะเป็นการอวดรู้หรือไม่คงไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่ในสามัญสำนึกของผม ไม่มีใครหรอกครับที่ไม่ได้ทำอะไรเพื่อสังคมเลย พวกเราทุกคนล้วนเป็นหน่วยหนึ่งของสังคม การกระทำของพวกเราทุกอย่างมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนและและทำให้สังคมเดินหน้าด้วยกันทั้งนั้น แม้ว่ามันจะดูเล็กน้อยในสายตาของคนอื่นสักแค่ไหนก็ตาม

  4. Yarmyen says:

    นิตยสารฉบับนี้มีคนทำแค่ 2 คนครับ และแทบจะหาสปอนเซ่อร์ไม่ได้ เพราะทิศทางไม่เอื้ออำนวยต่อธุรกิจ Software อื่นๆ และบริษัทอื่นๆ ที่อาจจะมีพาร์ทเน่อร์เกี่ยวข้องต่อ software ดีใจที่คุณชอบ แต่ผมรู้จักเจ้าของนิตยสาร เค้าท้อ และสู้มาหลายครั้งครับ คงไม่มีใครอยากทำงานตรงข้ามกะสายงานตัวเอง แต่พี่เค้าเลือกใน Open source ครับ แนะนำว่าลองมางาน Linux day ในวันที่ 28-29 พฤษภาคม ครับ งานฟรี เจ้าของจัดงานก็เจ้าของนิตยสารเล่มนี้ล่ะครับ ไม่ได้อะไร แล้วยังจัดงานเองอีก น่าลองไปคุยดูครับ ว่าพี่แกคิดอะไรอยู่
    http://www.linuxday.in.th/

    ปล.เหมือนมาโฆษณา แต่ผมบังเอญเจอเพจนี้นะครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: