ขอไว้อาลัยกับผู้เสียชีวิตจากการปะทะในวันนี้


อำมาตย์ใจอำมหิตที่เห็นชีวิตคนเป็นของเล่น

รัฐบาลสามานย์ชั่วช้าที่สั่งฆ่าคนอย่างไร้ปรานี

ทหารชั่วที่ยิงประชาชนมือเปล่า

แกนนำม็อบที่พาผู้คนเข้าสู่ความรุนแรง

คนเบื้องหลังที่มุ่งแต่ผลประโยชน์ของตนเอง

และบรรดาสื่อไร้จรรยาบรรณที่บิดเบือนข้อเท็จจริง ยุแยงให้คนเข่นฆ่ากัน

จากนี้ไปพวกท่านจะยืนที่ใดในแผ่นดิน มือท่านเปื้อนคราบเลือดผู้บริสุทธิ์ เท้าท่านเหยียบอยู่บนกองซากศพประชาชน

จำไว้ไม่มีวันลืม ไม่มีวันให้อภัย

2 Responses to ขอไว้อาลัยกับผู้เสียชีวิตจากการปะทะในวันนี้

  1. note says:

    ผมฟังบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายท่านให้ความเห็นและเสนอแนะวิธีแก้ปัญหาต่าง ๆ เพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น แต่มันก้อเป็นได้แค่ทฤษฎีเท่านั้น ถึงที่สุดก้อไม่สามารถนำมาใช้ได้อยู่ดี เพราะต่างคนต่างไม่ฟังกัน เห็นพี่เอกสุดโหดดูฉลาดดี พอจะมีวิธีแก้ปัญหาที่พอจะเป็นทางออกที่ดีให้กับเหตุการณ์ในกรณีนี้ได้มั้ยคับ

    • akedemo says:

      ความคิดของผมก็คงจะเหมือนกับหลายๆคนที่ออกมาพูดนั่นแหละ แต่ผมขอเน้นไปที่จุดหนึ่งซึ่งคนไทยบางคนไม่เคยมอง นั่นคือ ตัวเอง

      ใช่เลยครับ ต้นเหตุของปัญหาส่วนหนึ่งมาจากตัวเราเอง ในเมื่อสังคมยอมรับการกระทำที่ไม่ถูกต้องตั้งแต่แรก ถึงตอนนี้จะมาตีโพยตีพายได้อย่างไร จะมาเรียกร้องหาความสามัคคีหรือความสงบสุขเพื่ออะไร

      เริ่มต้นจากการรัฐประหารในปี 49 ไม่มีหน่วยงาน องค์กร ภาคประชาชน หรือสื่อมวลชนที่ไหนตั้งคำถามถึงเรื่องนี้อย่างจริงจัง ทั้งที่ทุกคนรู้อยู่เต็มอกว่ามันไม่ถูกต้อง (ผมหมายถึง ทุกคน ที่ยังมีความคิดและเหตุผลอยู่ ไม่เกี่ยวว่าจะชอบหรือไม่ชอบทักษิณ) คนที่ไม่เห็นด้วยส่วนใหญ่ก็เลือกที่จะปิดปากเงียบ กลัวภัยจะถึงตัว ช่วงนี้เวลานี้ขออย่างเดียวให้ “กูมีกินก็พอ” (ผมเองก็เคยคิดแบบนั้น) สื่อมวลชนกระแสหลักยิ่งไม่ต้องพูดถึง ทุกสำนักแทบจะแย่งกันเลีย คอยรับเศษกระดูกที่ผู้มีอำนาจโยนมาให้อย่างไม่ลืมหูลืมตา จรรยาบรรณวิชาชีพเป็นเพียงป้ายกระดาษถูกเก็บไว้ในลิ้นชัก

      ครั้นพอจัดการเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง กลุ่มคนที่ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งก็ยังคงเล่นเกมนอกกฏกติกา พวกเรา (โดยเฉพาะคนใน กทม.) ก็ยังไม่สำนึก ส่วนใหญ่สรุปทางแก้แนวปัดสวะพ้นตัวแบบง่ายๆ คือ โยนความรับผิดชอบไปที่รัฐบาลอันมาตามระบอบให้ทำการยุบสภาบ้าง ลาออกบ้าง เพื่อแลกกับการให้โจร (ในที่นี้ คือ พันธมิตรฯ และแนวร่วม) ปล่อยตัวประกัน (ในที่นี้ คือ ความสะดวกสบายในเมืองหลวง) สุดท้ายก็คิดเอาแต่ได้เหมือนเดิม ปล่อยให้อำนาจศาลจัดตั้งที่เอียงกะเท่เร่จัดการ

      ในที่สุด พรรคประชาธิปัตย์ก็ได้จัดตั้งรัฐบาลด้วยวิธีการที่อุบาทว์อย่างพิลึกพิลั่นชนิดที่เรียกได้ว่าหาจากประเทศประชาธิปไตยที่อื่นในโลกนี้ไม่ได้ นอกจากประชาธิปไตยแบบไทยๆ กลุ่มที่คัดค้าน (พวกเสื้อแดง นปช.) ก็ทนไม่ได้ หาทางแก้แค้นเอาคืนแบบไม่สนใจกฏกติกาเหมือนกัน ด้วยข้ออ้าง “ทีกูข้าไม่ว่า ทีข้าเอ็งอย่าโวย” “มึงทำได้ กูก็ทำได้” อารมณ์ของฝูงชนที่โกรธแค้นก็ลุกลามไปสู่ความรุนแรง

      ผลก็คงเป็นอย่างที่เราได้เห็นกันอยู่ทุกวันนี้ แต่นี่ยังไม่ใช่ผลสุดท้าย เลือด น้ำตา และความรุนแรงจะยังคงอยู่ต่อไป จนกว่าเราจะตายกันหมดหรือไม่ก็สำนึกได้

      ทางแก้ปัญหามันไม่ได้ซับซ้อนเลย แต่มันยากมากที่จะทำ จน “มันก้อเป็นได้แค่ทฤษฎีเท่านั้น” ลองคิดตามดูให้เห็นภาพก็ได้ว่าถ้าเด็กสองคนทะเลาะกัน ผู้ใหญ่และเด็กที่เหลือในห้องจะทำอย่างไร? ถ้าคนในห้องไม่สนใจเหตุผล อาศัยความขี้เกียจละเลยการไต่สวนสถานการณ์ตามความเป็นธรรม เลือกใช้อารมณ์และอัตตาลงโทษคนที่ไม่ชอบและเว้นโทษคนที่รัก (หรือหมั่นไส้น้อยกว่า) ผลก็จะลงเอยด้วยความเกลียดชังไม่มีที่สิ้นสุด ทั้งห้องก็แบ่งแยกกลายเป็นสองฝักสองฝ่าย ตีกันทุกวัน แล้วก็จะมีคนมาพล่ามขอความสมานฉันท์กันทุกนาที (ชาติหน้า คงจะได้)

      ทางที่ถูก คือ ผู้ใหญ่และเด็กทั้งห้องต้องมีมติลงโทษทั้งสองฝ่ายอย่างเท่าเทียมสมควรแก่ความผิด พร้อมทั้งชี้แจงเหตุผล ผมเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนมีสามัญสำนึกกันอยู่แล้ว เรื่องจะจบลงโดยดี อย่างน้อยก็เจ็บกันน้อยที่สุด ทั้งห้องก็ไปด้วยกันได้ ช่วยกันเรียน ร่วมกันเล่น

      ตอนนี้ยังไม่สาย ถ้ายังอยากเห็นไทยเป็นไทยอยู่ เพียงแต่ตอนนี้เราไม่มี ผู้ใหญ่ ที่ทุกคนจะเชื่อฟัง (อันที่จริงก็ไม่มีมาตั้งแต่ต้นแล้ว? เพราะผู้ใหญ่ทำตัวเฮงซวย) หน้าที่ก็คงจะเป็นของใครไปไม่ได้นอกจาก เด็กที่เหลือในห้อง และ เด็กสองคนที่ตีกัน นั่นเอง ทุกคนต้องหันมายึดตามกติกา กติกานั้นก็ต้องถูกร่างขึ้นมาอย่างเป็นธรรมด้วย

      หรือไม่อีกทางก็แยกห้องกันไปเลย จบ!

      ป.ล. blog นี้จะพยายามไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีก ถ้าไม่จำเป็น ไม่อยากเห็นพวกตัวป่วนเข้ามาในนี้

      แก้ไข ขอ ป.ล. อีกครั้งเนื้อหาในบทความนี้บางส่วนได้รับแนวคิดมาจากบทความอื่นที่มีผู้เขียนคนอื่นแต่งไว้ เช่น แนวคิดเรื่องการละเลยปัญหาของคนในสังคม รูปตัวอย่างที่ยกเรื่องเด็กตีกัน หรือแม้กระทั่งข้อเรียกร้องเรื่องการบังคับใช้กฏหมายในแบบนิติรัฐก็เอามาจากแนวคิดของนักวิชาการทั่วไป แต่ผมนำมาเรียบเรียงรวบรวมกันใหม่และใส่แนวคิดตนเอง ดังนั้นหากผู้อ่านที่เคยเจอบทความที่คล้ายกันมาก่อนก็อย่าแปลกใจ ถ้าผมหาลิงค์บทความเหล่านั้นได้จะเอามาแปะไว้ครับ (ส่วนใหญ่มาจาก Webboard ประชาไท)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: