เอา Windows คืนไป เอาสิทธิ์เราคืนมา


ไม่ได้เขียนบล็อกซะหลายวัน เนื่องจากติดภารกิจช่วงสอบ Qualify

เมื่อวานผมเห็นโพสต์ในบล็อกหนึ่งพูดถึงการเอาเงินคืนจากค่าลิขสิทธิ์ Windows ที่ติดมากับเครื่อง หรือที่เรียกกันเป็นภาษาชาวบ้านว่า Windows tax ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจ จึงขอสรุปเรื่องราวและข้อแนะนำในการคืน Windows tax เป็นข้อๆไว้ ณ ที่นี้ เผื่อว่าใคร (รวมถึงตัวผมเองด้วย) สนใจจะได้มีโอกาสไปใช้ แต่ผมเองก็ไม่รับประกันว่าคุณจะได้เงินคืนนะครับ เพราะไม่เคยมีโอกาสได้ผ่านประสบการณ์ตรงเหมือนกัน ดังนั้นอย่าเอาโพสต์นี้ไปอ้างอิงกับที่ใดทั้งนั้น หากจะอ้างอิงกับบริษัทผู้จำหน่ายคอมพิวเตอร์ (Vendor) กรุณาใช้บทความต้นฉบับในลิงค์ข้างล่าง

ข้อสรุปนี้ผมสรุปมาจากสองบทความนะครับ คือ บทความของคุณ Clem จาก Linux Mint Blog และ บทความของคุณ Serge Wroclawski จาก Linux.com

0. ถ้าเป็นไปได้ เลือกซื้อคอมพิวเตอร์ที่ไม่มี Windows ติดตั้งมา

ข้อศูนย์นี้ไม่ใช่มุขตลกนะครับ เป็นข้อแนะนำที่คุณควรจะทำมากที่สุดด้วย เพราะว่าการจะเอาเงินที่คุณจ่ายไปแล้วคืนไม่ใช่เรื่องที่ทำกันง่ายๆ (อย่าลืมสุภาษิตไทย อ้อยเข้าปากช้าง) ดังนั้นหากคอมพิวเตอร์สเปกที่คุณต้องการมีตัวเลือกแบบที่ไม่มี Windows ติดตั้งมาด้วย จงเลือกซื้อแบบนั้นซะ อย่ามาหวังเอาเงินคืนจากเรื่องแบบนี้ มันไม่น่าจะคุ้มกับเวลาและอารมณ์ที่คุณจะต้องเสีย แถมเรื่องโอกาสจะได้เงินคืนเต็มจำนวนเท่าราคา Windows ที่วางขายนั้นเป็นไปไม่ได้เลย อย่างในบทความต้นฉบับ ผู้เขียนสองคนได้เงินคืนเพียง US$52.50 จาก Windows XP และ US$110 จาก Windows Vista

1. ทันทีที่ซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ อย่าเพิ่งเปิดเครื่อง

อันนี้เป็นสิ่งที่ทั้งสองบทความยืนยันตรงกันชัดเจนที่สุด เหตุผลคือ ทันทีที่เปิดเครื่องครั้งแรก คุณจะต้องตอบตกลงกับ EULA (End-user License Agreement) ของ Microsoft ก่อนที่คุณจะเริ่มใช้คอมพิวเตอร์ของคุณได้ เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้แหละครับที่เป็นสิ่งที่คนทั่วไปมองข้าม วินาทีที่คุณกดปุ่ม Agree หรือ OK คือวินาทีที่คุณทิ้งโอกาสที่จะได้เงินของคุณคืน

กรณีของคนไทยค่อนข้างจะแตกต่างนะครับ เพราะในประเทศไทย เรามักจะซื้อคอมพิวเตอร์กันจากร้านค้าปลีกโดยตรงมากกว่า ขณะที่ในต่างประเทศส่วนใหญ่จะเป็นการสั่งจาก Vendor โดยตรง ปัญหาของเราคือ เวลารับของในร้าน เราก็ต้องเช็คเครื่องด้วยตัวเองซะด้วย ถ้าเปิดเครื่องไม่ได้เราจะทำยังไงดีละ เรื่องนี้ผมขอแนะนำให้เอา Linux Live CD หรือ Live USB ติตตัวไปเลยครับ แล้วบูตจาก CD หรือ USB เอาแทน จะได้ไม่ต้องเจอกับ EULA ของ Microsoft ยังไงซะถ้าคุณจะคืน Windows tax ก็หมายความว่าคุณจะเปลี่ยนมาใช้ Linux หรือ OS อื่นๆอยู่แล้ว ดังนั้นเช็ค Hardware compatible ไว้ก่อนเลยก็ไม่เสียหาย ถ้าร้านไหนไม่ให้ลอง ก็ไม่ต้องซื้อจากร้านนั้น (ผมเชื่อว่าทุกร้านต้องให้ลอง จำไว้ ลูกค้าคือพระเจ้า) เอ่อ… อย่าลืม คุณต้องยืนยันไม่ให้ช่างหรือพนักงานในร้านมาเปิดเครื่องของคุณเด็ดขาด จะมีข้ออ้างอะไร ก็ห้ามเด็ดขาด

2. เวลาแกะกล่อง พยายามอย่าทำให้ชิ้นส่วนหรือฉลากหรือเอกสารใดๆเสียหาย

บางทีคุณอาจจะจำเป็นต้องใช้ในการอ้างอิง เอกสารทุกชิ้น ใบเสร็จ หรือแม้แต่กล่องกระดาษควรจะอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ครบถ้วน

3. อ่านเอกสารที่แนบมาทุกชิ้นอย่างละเอียด

โดยเฉพาะข้อตกลงเกี่ยวกับ EULA ของ Microsoft และข้อตกลงของ Vendor (เช่น HP, Dell, Acer ฯลฯ) ตัวอย่างประโยคที่ระบุสิทธิ์ของคุณจะเป็นประมาณ

IF YOU DO NOT AGREE, DO NOT INSTALL, COPY, OR USE THE SOFTWARE; YOU MAY RETURN IT TO YOUR PLACE OF PURCHASE FOR A FULL REFUND, IF APPLICABLE.

IF YOU DO NOT AGREE TO THE TERMS OF THIS EULA, YOU MAY NOT USE OR COPY THE SOFTWARE, AND YOU SHOULD PROMPTLY CONTACT MANUFACTURER FOR INSTRUCTIONS ON RETURN OF THE UNUSED PRODUCT(S) FOR A REFUND IN ACCORDANCE WITH MANUFACTURER’S RETURN POLICIES’

หรือประโยคที่คล้ายๆกัน (สำหรับคอมพิวเตอร์ที่ขายในประเทศไทย ผมคิดว่าข้อตกลงเหล่านี้น่าจะเขียนในภาษาไทย แม้ผมจะไม่สันทัดเรื่องนี้ แต่รู้สึกว่ากฏหมายบ้านเราระบุไว้ว่าข้อความเหล่านี้ต้องเป็นภาษาไทย/หรือมีคำแปลเป็นภาษาไทย)

4. ติดต่อบริษัทจัดจำหน่าย (Vendor) เพื่อขอรับเงินคืน

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า บริษัทจัดจำหน่าย หรือ Vendor คือ บุคคลที่คุณจะต้องติดต่อเพื่อขอรับเงินคืน เพราะเขาคือคนที่ขายของให้คุณ ไม่ใช่ Microsoft นะครับ

และคุณควรจะดำเนินการติดต่อให้เร็วที่สุดด้วย บาง Vendor อาจจะมีนโยบายกำหนดเรื่องระยะเวลาในการยืนยันสิทธิ์ของคุณ

การติดต่อนี้อาจจะเป็นทางโทรศัพท์หรือ e-mail ก็ได้ (ในบทความต้นฉบับจาก Linux.com ใช้โทรศัพท์ ส่วนที่ Linux Mint Blog ใช้ e-mail) ถ้าเป็นผมเลือก ผมคงเลือกทาง e-mail ดีกว่า แม้อาจจะต้องเสียเวลามากกว่า แต่อย่างน้อยเราก็มีหลักฐานยืนยันเป็นตัวอักษรแน่นอน และเราสามารถควบคุมอารมณ์ในการสนทนาได้มากกว่าด้วย คุยกันทางโทรศัพท์บางทีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอาจจะของขึ้นก็ได้ ใครจะไปรู้ ตัวอย่างการเริ่มสนทนาอาจจะดูแนวทางของคุณ Clem จาก Linux Mint Blog ไว้ก็ได้

“I do not agree to the terms of the Dell Software Licensing Agreement or the Microsoft Windows End User License Agreement.

“I confirm that I have not used any of the software, have not opened or broken the seal on any software packet and have deleted all preloaded or embedded software from my Dell.

“1. How may I promptly return the disks and other software items to you?

“2. How will you refund the cost of the software? I note that Windows Vista Home Premium retails at £133.96, Microsoft Works at £39.99 and Cyberlink PowerDVD at £39.99 today, which means a total refund of £213.94 is due.

“best regards”

ถ้าเป็นในภาษาไทยอาจจะประมาณว่า

ผม/ดิฉัน ได้อ่านข้อความในข้อตกลงการใช้ซอฟท์แวร์แล้ว และขอใช้สิทธิ์ในการปฏิเสธข้อตกลงนี้ ทั้งนี้ผม/ดิฉัน ขอยืนยันว่า ผม/ดิฉัน ยังไม่ได้ใช้ เปิด หรือสร้างความชำรุดแก่ซอฟท์แวร์หรือหรือบรรจุภัณฑ์ซอฟท์แวร์ใดๆที่ติดมากับเครื่องคอมพิวเตอร์ <รุ่นคอมพิวเตอร์ของคุณ> ทั้งสิ้น

ดังนั้นผม/ดิฉัน จึงขอคืนซอฟท์แวร์ที่ติดตั้งมากับเครื่อง <รุ่นคอมพิวเตอร์ของคุณ> ให้กับทาง <ชื่อ Vendor> และขอรับราคาส่วนต่างในค่าซอฟท์แวร์เหล่านี้คืนเป็นเงินสด

ใคร่ขอความกรุณาให้ทาง <ชื่อ Vendor> ตอบกลับเงื่อนไขนี้และอธิบายรายละเอียดในการส่งคืนซอฟท์แวร์และการรับเงินด้วย

ข้อควรจำในการสนทนา คือ ต้องใจเย็น โต้ตอบด้วยเหตุผลเสมอ ห้ามหลุดเด็ดขาด ถ้าคนที่ติดต่อกับคุณเริ่มพูดไม่รู้เรื่อง ให้คุณขอคุยกับพนักงานคนอื่นอย่างสุภาพ (จะให้ดีควรขอคุยกับคนที่มีอำนาจในสายงานสูงกว่าทีละขั้นไปเรื่อยๆ)

ถ้าคุณเจอกับคำอ้างต่อไปนี้ ขอให้คุณตอบประมาณว่า

ถ้าคุณไม่ใช้ Windows แล้วจะใช้คอมได้ยังไง?

คำตอบสำหรับคำถามนี้คงสบายสำหรับแฟน Opensource อย่างเราๆ แต่อย่าเพิ่งลากยาวโฆษณา GNU/Linux นะครับ พักความเป็นสาวกไว้ก่อน ต้องอย่าออกนอกจุดประสงค์หลักที่จะเอาเงินคืน

Windows มันขายพ่วงกับเครื่อง ถ้าคุณซื้อเครื่องก็เท่ากับคุณตกลงซื้อ Windows ด้วย

จำข้อ 3 ข้างบนที่ผมบอกให้อ่านเอกสารทุกชิ้นได้เปล่า ผมว่าถ้าเจอข้ออ้างแบบนี้ คุณคงต้องยกคำจาก EULA ของ Microsoft และข้อตกลงของ Vendor ไปเลย เอาแบบคำต่อคำ เน้นชัดๆตรงส่วนที่ระบุสิทธิ์ในการรับเงินคืนของคุณ และบางทีคุณอาจจะต้องยกตัวอย่างจากประสบการณ์ตรงของคนที่ขอคืนได้สำเร็จมาแล้ว เช่น ผู้เขียนบทความต้นฉบับ เป็นต้น

คุณยังไม่ได้จ่ายเงินค่า Windows เลย มันเป็นของแถมกับเครื่อง

จะโต้แย้งข้ออ้างนี้ คุณคงต้องทำการบ้านเกี่ยวกับราคาของ Windows นิดนึง อาจจะยกตัวอย่างหลักฐานเป็นราคาขายปลีก (retail price) ของ Windows รุ่นที่ติดมากับเครื่องคุณก็ได้ ราคาพวกนี้อาจจะหาได้จากแผ่นพับโฆษณาหรือแคตตาล็อกของ Microsoft หรือร้านขายปลีกอื่นๆ จากอินเตอร์เน็ต หรือถามเอาจากเว็บบอร์ดต่างๆ

เดี๋ยวเราจะคืนเงินให้คุณเป็นคูปองแล้วกัน คุณเห็นด้วยหรือไม่?

ถ้าคุณได้รับข้อเสนออย่างนี้ ก็ขอให้คุณตัดสินใจเอาเองแล้วกันว่าจะยืนยันเอาเป็นเงินสดหรือรับคูปอง แต่อย่าลืมนะครับว่าจุดประสงค์ของเราคือเอาเงินคืน ไม่ใช่จ่ายเงินซื้อของเพิ่ม (แม้จะเป็นราคาลดพิเศษจากคูปองก็ตาม)

แต่ถึงกระนั้นก็อย่าหวังว่าทุกอย่างจะจบลงในการคุยกันเพียงครั้งเดียว ในบทความต้นฉบับ ผู้เขียนคนหนึ่งต้องส่ง e-mail กลับไปกลับมาตั้ง 12 รอบ ส่วนอีกคนนี่ถึงขนาดแนะนำว่าก่อนจะโทร ให้เตรียมน้ำไว้กินกันคอแห้งได้เลย จำไว้ว่าต้องอดทนและใจเย็น

ถ้าใครที่มีประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับเรื่องนี้ผ่านมาอ่านเจอบทความของผม กรุณาช่วยแบ่งปันประสบการณ์ของคุณให้ผมใด้รับรู้ด้วยนะครับ แม้ว่าผมจะเคยเห็นฝรั่งมาโพสต์เรื่องนี้หลายคน แต่ผมยังไม่เคยได้ยินเรื่องนี้ในประเทศไทยเลย อย่าคิดว่าเรื่องนี้เป็นแค่การเอาเงินคืนนะครับ มันเป็นการเรียกร้องสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริโภคอย่างเราๆต่างหาก

ป.ล. สำหรับสาวก Microsoft อย่าเพิ่งมาเอะอะนะครับ ความจริงผมว่า Microsoft เองก็แฟร์กับเรื่องนี้พอสมควรเหมือนกัน ที่ระบุเรื่องการคืนเงินใน EULA ไว้ ถ้าเรื่องนี้จะมีคนผิดก็คือพวกผู้ใช้อย่างเราๆ นี่แหละครับที่ละเลย เปิดโอกาสให้บริษัทธุรกิจบีบรัดสิทธิของเราตั้งแต่แรก

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: