ลองไปบ่นไป Ubuntu 9.10 Karmic Koala ตอนที่ 1


ที่จริงตั้งใจว่าจะเขียนถึง Ubuntu 9.10 Karmic Koala ตั้งแต่เมื่อวาน แต่ว่าไม่มีเวลา แถมเล่นไปเล่นมาดันไปลบ Screenshot ที่อุตส่าห์จับภาพไว้ซะอีก

ขอชี้แจงเรื่องที่ติดไว้ก่อนจากโพสต์ที่แล้วก่อน เหตุผลที่ของขึ้นอยากเล่น Karmic ตั้งแต่ตัว RC (Release Candidate) ก็คือเผอิญว่าเมื่อวานผมไปอัพเดต xorg driver ของ Intel เข้าแล้วกลายเป็นว่าประสิทธิภาพมันตกลง ตัวอย่างเช่น Framerate ของ Compiz ตกมาอยู่ที่ 60 กว่าๆ จากของเดิม 120+ , glxgears เหลือประมาณ 700 จากของเดิม 1,000+ (รู้อย่างนี้แล้วคนที่แก้ปัญหาเรื่อง Intel ใน Ubuntu 9.04 Jaunty โดยใช้วิธีที่ผมเคยโพสต์ไป ถ้าแก้ครั้งแรกได้ผลดีอยู่แล้ว อย่าไปอัพเดต Driver เพิ่มนะครับ) เลยคิดว่า ไหนๆก็ไหนๆ แล้วลอง Karmic ไปเลย เดี๋ยวอ่านต่อไปเรื่อยๆ นะครับ ว่า Intel บน Karmic จะเป็นอย่างไร

สิ่งที่ผมจะเขียนต่อไปนี้ อาจจะไม่ละเอียดถึงขั้นรีวิวนะครับ จะออกแนวเล่าให้ฟังและบันทึกสิ่งที่เจอมามากกว่า แบบที่ผมเคยเขียนถึง Ubuntu 9.04 Jaunty Jackalope เมื่อ 6 เดือนที่แล้ว เพราะผมก็ไม่ได้รู้ลึกรู้จริงอะไรมาก

อารัมภบทไปซะยาวเฟื้อย ขอเข้าเรื่องเลยดีกว่า

Spec เครื่องผมเป็นดังนี้

  • Toshiba Satellite M70
  • Pentium M 1.73 GHz
  • RAM 1 GB DDR2
  • Harddisk 80 GB SATA
  • Intel Graphics 915GM Onboard

เห็น spec แล้ว ดังนั้นอย่าหวังว่าจะมีการทำ Benchmark เปรียบเทียบกับ Windows 7 นะครับ😛

การติดตั้ง

วิธีการดาวน์โหลดและไรท์แผ่นซีดีนั้น ผมขอข้ามแล้วกัน คาดว่าคงทำเป็นกันทุกคน ไม่ก็หาอ่านจากที่อื่นได้ ผมจึงขอเริ่มตรงการบูตเข้า Live CD ครั้งแรกแล้วกัน (จริงๆ ผมลงผ่าน USB นะครับ เพราะว่าซีดีที่บ้านหมด แถม DVD drive ของผมก็เป็นรุ่น พัง พิเศษ คือ อ่าน CD ไม่ได้ แต่เขียนได้ เขียน DVD ไม่ได้ แต่อ่านได้ เลยต้องใช้ Unetbootin ทำ Live USB แทน)

หน้าจอ Splash ตอนแรกที่บูตเข้าอยากจะบอกว่า สวยมากกก คือเป็นคล้ายๆ ของ Mac OS X แต่งามกว่า (เน้นอีกทีว่า งามกว่า) มีโลโก้ Ubuntu สีขาวอยู่ตรงกลางส่องแสงวูบวาบๆ บนพื้นหลังสีดำ เสียใจด้วยที่ผมไม่สามารถจับ Screenshot มาได้ หลังจากนั้นจะเจอกับหน้า Boot splash อีกตัวที่มีแถบวิ่ง แบบอันที่ผมเคยเขียนลงไปแล้วทีนึง ซึ่งดูธรรมดามากๆ เมื่อเทียบกับ Splash ที่ขึ้นมาทีแรก

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะผมลงผ่าน USB Flash drive หรือเปล่า แต่ว่า Karmic บูตเข้า Live CD เร็วมาก รู้สึกว่าไม่น่าจะเกิน 3 นาที (ผมไม่ได้จับเวลาแน่นอน) ไม่ใช่แค่บูตเข้า Live CD เร็ว แม้แต่การติดตั้งลง hard disk ก็เร็วมากด้วย คือ เพียง 9 นาที 15 วินาที เท่านั้น! อันนี้ไม่นับรวมการแบ่ง partition กับการตั้งค่าภาษาและเวลาตอนแรกนะครับ

ส่วนเรื่อง Hardware ผมไม่มีปัญหาอะไรนะครับ ของคนอื่นจะเจอหรือไม่เจออะไรบ้างก็คงแล้วแต่เวรแต่กรรม

เกี่ยวกับหน้าจอติดตั้งอันนี้มีของใหม่เข้ามาด้วย คือ Slideshow ระหว่างติดตั้ง ซึ่งทำได้สวยดี แต่ดูไม่จำเป็นมากเท่าไหร่ และของใหม่อีกอย่างคือ มีตัวเลือกให้ encrypt home folder ตั้งแต่ตอนติดตั้งด้วย ซึ่งดูมีประโยชน์ แต่ผมก็ไม่สนใจอีกเหมือนกัน

พอลงเสร็จ รีสาร์ตทีนึง (ของผมมีปัญหา กด Restart แล้วเครื่องไม่ยอมปิด ต้องฉีดยาเอาเอง) บูตเครื่องใหม่ก็จะเจอกับหน้า Splash แบบเดียวกับตอนติดตั้งเลยครับ คือ ทีแรก แบบนิ่งๆวูบวาบๆ และต่อด้วย แบบที่มีแถบวิ่งๆ เริ่มรู้สึกใจชื้นขึ้นมาหน่อย เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ผมใช้ Unetbootin แล้วลงโดยใช้ USB Flash drive

ความเร็วและประสิทธิภาพ

จุดขายอันหนึ่งของ Karmic คราวนี้อยู่ที่ความเร็วในการบูต ซึ่งก็ไม่ผิดหวังครับ เครื่องผมบูตเสร็จพร้อมใช้งานในเวลา 41-42 วินาที นับจากหลังที่บูต GRUB แล้ว (อันนี้คือหลังจากที่ผมเอาพวก Startup program ที่ไม่ได้ใช้ออกไปแล้วนะครับ) เวลานี้ดีกว่าคราว Jaunty อย่างเห็นได้ชัด (เครื่องผม Jaunty ใช้เวลาบูต 48-50 วินาที) แต่ที่ผมงงมากคือความเร็วนี้จะเห็นได้เฉพาะเมื่อตั้งเป็น Automatic login เท่านั้น ถ้าหากเลือก Login เป็นแบบต้องใส่รหัสใน GDM login window จะบูตนานมาก คือประมาณ 55 วินาทีกว่าหน้าต่าง GDM จะโผล่ขึ้นมา แถมต้องรออีกเกือบ 20 วินาทีกว่าจะบูตเข้า GNOME เสร็จ ไม่รู้ว่าเป็น Bug ของ RC หรือเปล่า ยังไงก็ช่างมัน เพราะปกติผมก็เลือก Automatic login อยู่แล้ว

ความเร็วและประสิทธิภาพในการใช้งานทั่วไปนั้นดีมาก คิดว่าหลังจากที่ Karmic ออกตัวเต็ม คงไม่มีคนบ่นว่า Ubuntu หน่วงอีกต่อไปแล้ว ขนาดว่าในโหมด Live CD (หรือ Live USB) ยังเร็วอย่างผิดหูผิดตาเลย อันนี้ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรกันแน่ อาจจะเป็น Kernel 2.6.31? GNOME 2.28? หรือ Ext4? ไม่ว่าจะเป็นเพราะสาเหตุอะไร สรุปว่าเร็วก็แล้วกัน (ง่ายดีเนอะ) โปรแกรมที่ผมเห็นว่าเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ได้แก่ Firefox (ผมใช้ Firefox 3.5 Shiretoko ใน Jaunty ก็ไม่เร็วเท่าบน Karmic), Evince (อันนี้โหลดเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แทบไม่มีอาการกระตุกเวลาโหลดไฟล์ pdf โหดๆเลย), Eye of GNOME หรือ eog (รูปภาพโหลดเร็วขึ้นมากๆ แม้จะเป็นภาพที่ความละเอียดสูงที่ถ่ายมาจากกล้อง), GNOME-terminal (อันนี้ความเร็วหลักมาจาก GNOME 2.28 แน่นอน), Baobab หรือ Disk Usage Analyzer (อันนี้นอกจากเร็วแล้ว ยังไม่ดูดทรัพยากรเครื่องเหมือนเวอร์ชันเก่าด้วย), Totem (อันนี้เร็วขึ้น แต่ก็ยังไม่น่าใช้อยู่ดี ลง VLC หรือไม่ก็ Mplayer ดีกว่า)

ส่วนเรื่องที่คาใจมาตั้งแต่ Jaunty คือ ปัญหากับ Driver ของการ์ดจอ Intel อันนี้ต้องบอกว่าดีขึ้นครับ ดูหนังเต็มจอไม่กระตุกเหมือนใน Jaunty แต่ว่ายังไม่เร็วเหมือนกับพวก Ubuntu เวอร์ชันก่อนหน้า ผมลองดู Framerate ของ Compiz อยู่ที่ 60 กว่าๆ , glxgears ประมาณ 700 สรุปว่าที่ผมอัพเกรดมาเป็น Karmic นั้นไม่ได้ช่วยอะไรเลย ถือว่าหยวนๆ ไปแล้วกัน เพราะว่าระบบโดยรวมมันเร็วขึ้น ชดเชยกันไปได้นิดหน่อย

เกือบลืมบอกไปอีกอันหนึ่งเกี่ยวกับความเร็ว คือ Karmic ปิดเครื่องเร็วมาก เวลาดีที่สุดที่ผมจับไว้ เพียง 6 วินาทีเท่านั้น! (นับจากคลิกกด Shutdown) หรืออย่างแย่ๆ ก็ยังไม่เกิน 15 วินาที และที่สำคัญหน้าจอ Splash ตอนปิดเป็นแบบนิ่งๆวูบวาบๆ เหมือนตอนบูตอันแรกด้วย

ความสวยงาม

ปัจจุบัน ระบบปฏิบัติการต้องมาพร้อมกับความสวยงามซึ่งถือได้ว่าเป็นฟีเจอร์อย่างหนึ่งไปแล้ว เรื่องความสวยนี่เป็นเรื่องรสนิยมส่วนตัวนะครับ อ่านแล้วไม่เห็นด้วย ก็แย้งได้เลย ผมขอแบ่งพูดเป็นจุดๆแล้วกัน

  • หน้าจอ Splash อันที่ขึ้นมาตอนแรกนั้นสวยมากครับ โลโก้ Ubuntu สีขาวอยู่ตรงกลางส่องแสงเรืองๆ อยู่บนพื้นหลังสีดำ เรียกว่าให้คะแนนเต็ม 100 เลย ส่วนอันที่เป็นวิ่งๆ นั้นผมว่าสีออกโทนน้ำตาลเข้มๆ ไม่ค่อยอลังการเท่าไหร่ แต่เอาเป็นว่าถ้าตั้งข้างกับ Windows 7 หรือ Mac OS X หน้าจอตอนบูตของ Karmic ไม่มีอายระบบปฏิบัติการอื่นๆ แน่นอน ฟันธง!
  • หน้าต่าง GDM login ก็สวยมาก effect ก็ดูดีคล้ายๆของ Mac OS X (อีกแล้ว?!)
  • Gtk Theme ตัวที่มาเป็น default นั้น ไม่สวยอย่างที่หวัง น่าจะมีจุดที่ปรับปรุงได้อีกมาก โทนสีน้ำตาลเข้มคล้ายๆ กับ Ubuntu ในยุคแรกๆ 4.10 ก็ดูไม่เข้ากับสีของชุด Icon Theme และหน้าจอ Splash กับหน้าต่าง GDM  ส่วน Gtk Theme อันอื่นที่ยัดเข้ามาให้เลือกใน Appearance ก็ไม่ค่อยโดนสักเท่าไหร่ แต่ Icon theme ตัวใหม่ที่ชื่อว่า Humanity นั้นดูดีทีเดียว ถือว่าสอบผ่าน

  • ในหน้าต่าง Appearance ตรงแท็บ Background คราวนี้มี wallpaper มาให้เลือกเยอะขึ้น อันนี้เป็นอานิสงส์มาจากโครงการส่ง wallpaper เข้าร่วมประกวดที่ Canonical จัดขึ้น และในชุด wallpaper ยังมีอันหนึ่งที่แปลกพิเศษด้วย คือ อันที่เป็นรูปอวกาศจะเห็นว่าเป็นภาพตั้งซ้อนๆกัน (ดังภาพข้างล่าง) ถ้าผมจำไม่ผิด รู้สึกว่าจะเปลี่ยนได้เองทุกๆ 30 นาที

  • อีกตัวหนึ่งที่ดูดีขึ้นคือ Notification OSD อย่างที่ผมเคยเขียนถึงไปแล้วก่อนหน้านี้ แม้ว่ามันดูสวยขึ้นจริงๆ ก็ตาม แต่ที่น่ารำคาญคือมันอยู่นานขึ้นด้วย แถมตำแหน่งมันก็เลื่อนลงมานิดนึง ไม่ได้อยู่ตรงมุมชิด panel ด้านบนเหมือนเดิม ซึ่งตำแหน่งของ OSD ใน Karmic นี้มันไปทับกับช่อง Search ของ Firefox เวลาเปิดหน้าด่างเต็มพอดิบพอดี พี่ Mark Shuttleworth ครับ เอามันกลับไปที่เดิมเถอะ ผมมองเห็น ไม่ต้องเลื่อนลงมาระดับกวนสายตาชัดเจนอย่างนี้ก็ได้

สรุปในด้านความสวยงาม ถือว่า Ubuntu มาถูกทางแล้วครับ แต่ถึงยังไง www.gnome-look.org ก็ยังเป็นที่พึ่งสำหรับผู้รักความสวยงามอยู่ดี

ขอตัดจบแค่นี้สำหรับตอนแรก อ่านต่อตอนที่ 2 เรื่องการใช้งานทั่วไป และโปรแกรมใหม่ๆ บางตัวได้ที่ลิงค์นี้เลยครับ ลองไปบ่นไป Ubuntu 9.10 Karmic Koala ตอนที่ 2

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: