รีวิว Ubuntu 10.10 Maverick Meerkat ตอนที่ 2


ต่อจาก รีวิว Ubuntu 10.10 Maverick Meerkat ตอนที่ 1

ในตอนที่ 2 นี้ผมจะมาพูดถึงในเรื่องของการใช้งานโดยทั่วๆ ไป บางโปรแกรมที่มีอะไรใหม่ๆ น่าสนใจผมก็อาจจะพูดละเอียดสักนิด โปรแกรมไหนเหมือนเดิมก็คงจะข้ามๆ ไปบ้าง

การใช้งาน

ต้องบอกไว้เลยว่า Ubuntu 10.10 Maverick ตัวนี้มีอะไรใหม่ๆ ไม่มากเมื่อเทียบกับตอนที่รุ่นพี่อย่าง Ubuntu 10.04 Lucid Lynx ออกมาตอนแรก ซึ่งเป็นเรื่องปกติของรุ่นที่ออกปลายปี (รุ่นที่ออกต้นปีส่วนใหญ่จะมีอะไรใหม่ๆ เยอะกว่า) และบางเรื่องผมก็เคยเขียนถึงไปแล้ว เช่น รายการ Software Sources หายไปแล้วจากเมนู System > Administration ฯลฯ ลองค้นดูได้จากแท็ก Maverick อีกทั้ง GNOME 2.32 ก็ไม่มีอะไรยัดเข้ามามาก ส่วนใหญ่จะเป็นการปรับเพิ่มประสิทธิภาพของเดิม เพราะตอนนี้ขุมกำลังของ GNOME มุ่งไปที่การออก GNOME 3 กันให้ทันต้นปีหน้าเป็นหลัก

โปรแกรมแรกที่ผมคิดว่าควรจะได้รับการกล่าวถึงควรจะเป็นโปรแกรม Shotwell โปรแกรมจัดการรูปภาพที่มาแทนที่ F-Spot

Shotwell ทำหน้า UI ออกมาได้ดูดีมาก แม้ว่าจริงๆ แล้วการทำงานส่วนใหญ่จะแทบไม่ต่างจาก F-Spot แต่โทนสีของ UI ที่ดูหรูหราบวกกับความรวดเร็วของโปรแกรมทำให้เหมือนรู้สึกใช้โปรแกรมระดับ iPhoto บน Mac OS X เลยทีเดียว นอกจากนี้ Shotwell ยังมีฟีเจอร์ Shotwell Connect ให้เราสามารถอัพโหลดรูปภาพขึ้นไปยัง Facebook, Flickr หรือ Picasa Web ได้ในตัวด้วย ตรงนี้มีปัญหาอยู่นิดหน่อยคือ เมื่อผมลองอัพโหลดรูปขึ้นไป Facebook มันไม่ยอมขึ้นรายชื่อ Album รูปใน Facebook ของผม แม้ว่าผมจะพยายามขี้โกงโดยอัพโหลดรูปขึ้นไปใช้ชื่อ Album เหมือนกันเป๊ะ มันก็จะแยกไปอยู่คนละ Album ที่มีชื่อเหมือนกัน! (ปัญหานี้ไม่แน่ใจว่าเป็นที่ Shotwell หรือ Facebook API) ส่วน Flickr กับ Picasa ผมยังไม่ได้ลอง

ขอย้ายมาที่หมวด Internet (Applications > Internet) โปรแกรมที่สองที่น่าสนใจคือ Empathy โปรแกรม Instant Messaging Client สิ่งใหม่ที่น่าสนใจสำหรับ Empathy คือ ความสามารถในการ Link contact เพื่อทำ Meta-contact ซึ่งผมเคยเขียนถึงไปก่อนหน้านี้แล้ว

เกี่ยวกับ Empathy นี้ผมก็เจอปัญหาเหมือนกัน คือ พอเวลามีคนส่งข้อความมาแล้วเราเปิดหน้าต่างมาคุย NotifyOSD มันจะเด้งขึ้นมาสองอันซ้ำกัน น่ารำคาญอยู่นิดๆ แต่ไม่เป็นไร ยังไงผมก็กลับไปใช้ Pidgin อยู่แล้ว 😛

ต่อจาก Empathy ก็ต้องต่อด้วยโปรแกรม Gwibber โปรแกรมสำหรับอัพเดตสถานะ Social Network ซึ่งอยู่ในหมวด Internet เหมือนกัน Gwibber รองรับ Social Network หลายตัวเหมือนกัน ที่ดังๆ ได้แก่ Facebook, Twitter (Gwibber เวอร์ชันล่าสุดนี้รองรับ OAuth เรียบร้อยแล้ว), Identi.ca, Digg, Google Buzz ฯลฯ โดยในหน้าต่างเดียวสามารถแบ่งเป็นหลาย “Stream” ได้ แต่ละ Stream เราเลือกได้เลยว่าจะให้แสดงสถานะอัพเดตจากบริการไหน นอกจากนี้ Gwibber ยังมีความสามารถในการ preview รูปภาพและวิดีโอที่แนบมากับข้อความสถานะด้วย

ใครตาม Social Networks ของ Akedemo ครบทั้งสามอัน บอกด้วยนะครับ ผมมีรางวัลให้ 🙂

ยังอยู่ในหมวด Internet นะครับ อันนี้ผมไม่รู้จะพูดถึงยังไงดี เพราะผมก็ไม่เคยใช้ แต่คิดว่าน่าสนใจเลยเอามาลงไว้ คือ Transmission โปรแกรมดาวน์โหลด BitTorrent เมื่อเราเปิดโปรแกรม Transmission ครั้งแรก จะปรากฏหน้าต่างเตือนว่า “ถ้าเกิดคุณดาวน์โหลดไฟล์ผิดกฏหมายแล้วถูกจับได้ คุณต้องรับผิดชอบเอาเอง” ส่วนเรื่องฟีเจอร์การทำงาน ผมไม่รู้แล้ว สำหรับ Transmission มีเตะตาผมแค่นี้แหละ

โปรแกรมในหมวด Internet ตัวสุดท้ายที่ผมจะพูดถึงคือ โปรแกรม Evolution ซึ่งทำหน้าที่เป็น E-mail clientและ Personal Managing System สิ่งที่ผมประทับกับ Evolution ใน Maverick มากๆ คือ Evolution จัดการตั้งค่าพวก SMTP server, IMAP, POP3 server ให้เราเรียบร้อยเลย สิ่งที่เราต้องทำคือแค่กรอกชื่อบัญชีอีเมล แล้วกด Forward อย่างเดียว หรือถ้าจะให้ง่ายกว่านั้นไปที่ Panel ด้านบน System > Preferences > Email Settings แล้วกด Add Account, ใส่ email, กด Next เสร็จเลยครับ ผมลองกับ Gmail และ Hotmail (MSN Live) ไม่มีปัญหา คิดว่าถ้าเป็นอีเมลจากค่ายดังๆ คงได้เหมือนกันหมด

Firefox นี่ผมขอข้ามไปเลยนะครับ เพราะยังเป็น Firefox 3.6 เหมือนเดิมอยู่ ไม่มีอะไรใหม่ ไว้รอ Firefox 4.0 ออกแล้วค่อยมาพูดกัน

OpenOffice.org ที่ติดมากับ Maverick ยังคงเป็น OpenOffice.org 3.2.1 จาก Oracle อยู่นะครับ ยังไม่ใช่ LibreOffice ผมก็คงจะขอข้ามไปเลยเช่นกัน

และแล้วก็มาถึงโปรแกรมที่ผมคิดว่าได้รับการปรับปรุงมากที่สุดใน Ubuntu 10.10 Maverick Meerkat นั่นคือ Ubuntu Software Center

จากรูปข้างบนนอกจากช่อง Featured กับ What’s New ที่มีไว้หลอกล่อผู้ใช้แล้ว จะเห็นว่าทางด้านซ้ายมือมีรายการ For purchase เพิ่มเข้ามา แต่เมื่อคลิกเข้าไปดู ยังมีเพียงแค่รายการเดียวนั่นคือ Fluendo DVD Player โปรแกรมนี้ค้นจากใน Synaptic ไม่ได้นะครับ ถ้าจะลงต้องลงผ่านUbuntu Software Center เท่านั้น อีกอย่างหนึ่งเกี่ยว Ubuntu Software Center คือ หากเราดาวน์โหลด .deb มาลงเอง เมื่อดับเบิ้ลคลิก .deb โปรแกรมที่จะถูกเรียกขึ้นมา คือ Ubuntu Software Center จะติดตั้งก็ต้องทำผ่าน Ubuntu Software Center ไม่ก็ dpkg ซึ่งเป็น command-line ไม่มี Gdebi ติดตั้งมาด้วยแล้วนะครับ

ต่อไปก็คือ Ubuntu One Client ซึ่งเป็นบริการ Cloud Storage จาก Canonical (ให้ฟรี 2 GB ไม่คิดตังค์ ถ้าอยากได้เพิ่มก็จ่ายเพิ่ม) ใน Ubuntu 10.10 Maverick Meerkat มีเครื่องมือช่วยให้สามารถสร้าง Ubuntu One Account ได้แบบง่ายๆ เลย หรือถ้าใครมีอยู่แล้วก็ sign-in ได้ทันที (แต่ผมแปลกใจว่าสมัครผ่าน Ubuntu One Client เองนี่มันจำเป็นต้องกรอก CAPTCHA ด้วยเหรอ บ็อตอะไรมันจะเก่งกล้าสามารถขนาดลง Ubuntu แล้วกดเข้ามากรอกชื่อกับรหัสได้)

Ubuntu One เวอร์ชันล่าสุดนี้มีฟีเจอร์ให้ sync Bookmarks (ต้องลง Extension เพิ่มใน Firefox ก่อน) และเก็บ Broadcast messages ด้วย

มาถึง Update Manager ใน Ubuntu 10.10 Maverick Meerkat เมื่อมีอัพเดตเข้ามา ตรงรายการอัพเดตจะขึ้นต้นด้วยหน้าที่ของ package นั้นๆ แทนแล้วนะครับ ต่างจากรุ่นก่อนหน้าที่จะขึ้นต้นด้วยชื่อ package แล้วค่อยมีข้อความบรรยายหน้าที่ด้านล่างสั้นๆ (ผมก็ไม่แน่ใจว่าอย่างไหนสับสนมากกว่ากัน) และอีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือ Authentication ที่ให้กรอก password เวลาเรากด Install ตัวอัพเดตจาก Update Manager ไม่ใช่ gksudo แล้วแต่กลายเป็น PolicyKit แทนเหมือนกับ Authentication ใน Ubuntu Software Center (คงพอจะเดากันได้แล้วใช่มั้ยครับว่าหลังจาก Aptitude, Gdebi, และ Synaptic โปรแกรมจัดการ package ตัวไหนจะถูกเฉดหัวออกเป็นรายถัดไป)

ดูกันตามที่ผมได้ร่ายยาวมาตั้งแต่ต้น คงพอจะพูดได้ว่ามีหลายจุดที่ Ubuntu ทำให้การใช้งาน GNU/Linux ง่ายขึ้น ไม่ทำให้ผู้ใช้สับสน แต่ๆๆ มีจุดหนึ่งที่ผมไม่เข้าใจเลยว่ามันคืออะไร ใส่มาทำไม และมันใช้ยังไง สิ่งนั้นก็คือ รายการใน System > Preferences ที่มีชื่อว่า “Input Method Switcher” คราวที่แล้วผมก็จำได้ว่าใส่รายการอะไรสักอย่างเกี่ยวกับ Dbus มาแล้วไม่มีตัวเลือกอะไรให้ คราวนี้เป็นอะไรก็ไม่รู้ มีตัวเลือกพรึ่บพรั่บ ถ้าใครเห็นรายการตัวเลือกในรูปแล้วเข้าใจทุกอัน ช่วยอธิบายไว้ให้เป็นวิทยาทานด้วยครับ

โดยเฉพาะเกี่ยวกับ Keyboard Input นี่ ผมว่า Maverick นี่ดูจะก๊องแก๊งยังไงไม่รู้ มีหลายครั้งที่ผมกด Alt + Shift แล้วดันไม่ยอมเปลี่ยนภาษาให้ หรือมีครั้งหนึ่งผมกดเปลี่ยนภาษาแล้ว มันกลายเป็นสลับไทย-Eng ให้ผมอัตโนมัติเลย คือ พิมพ์ตัวหนึ่งเป็นภาษาไทย กดพิมพ์ตัวต่อไปกลายเป็นภาษาอังกฤษซะงั้น

โดยรวม

สรุปผมคิดว่า Ubuntu 10.10 Maverick Meerkat เป็น Ubuntu อีกหนึ่งรุ่นที่น่าจะตอบโจทย์ผู้ใช้ Desktop ส่วนใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทีมนักพัฒนา Ubuntu เก็บตกรายละเอียดที่หลาย distros มองข้าม ตั้งแต่การติดตั้งจนถึงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างการตั้งค่า Email client ก็ดูจะง่ายไปซะหมด ถ้า Canonical สามารถรักษาระดับในการพัฒนาได้เช่นนี้ไปได้เรื่อยๆ ผมคิดว่าไม่น่าเกิน 5 ปีนับจากนี้ ประโยคที่ว่า “ลินุกซ์ใช้ยาก” จะกลายเป็นตำนานไปอย่างแน่นอน

Verdict สำหรับคนที่ใช้ Ubuntu รุ่นเดิมอยู่แล้ว คำแนะนำของผมคือ

  • ถ้าคุณใช้ Ubuntu 9.10 หรือรุ่นก่อนหน้า ให้อัพเกรดเลยครับ คุ้มค่ากับการเสียเวลาแน่นอน
  • ถ้าคุณใช้ Ubuntu 10.04 LTS อันนี้แล้วแต่ใจครับ Maverick ไม่มีอะไรใหม่ๆ หวือหวาขนาดเป็น killer features สำหรับคุณ จริงแล้วๆ การอยู่กับ Long Term Support อาจจะเป็นอะไรที่น่าอุ่นใจกว่าก็ได้ พวกโปรแกรมใหม่ๆ ก็ลงผ่าน PPA ได้อยู่แล้ว

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: