กระแสคลื่นปฏิกิริยาลูกแรกต่อ Unity ใน Ubuntu 11.04 : GNOME ยังไม่เชื่อใจ, Compiz ได้เฮ


หลังจาก Mark Shuttleworth ประกาศยืนยันแล้วว่า Ubuntu เวอร์ชันหน้า 11.04 Natty Narwhal ใช้ Unity เป็น default desktop ทั้งใน Desktop Edition และ Netbook Edition ก็มีกระแสตอบรับออกมามากมาย ส่วนใหญ่จะเป็นไปในทางตกใจ สงสัย ไม่แน่ใจ ความรู้สึกของผู้ใช้ที่มีแง่ลบและแง่บวกปนๆ กันไป (แต่ดูเหมือนว่าแง่ลบจะมากกว่าแง่บวกนะ)

สำหรับโครงการ Free/Open Source Software อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน มีทั้งค่ายที่สนับสนุน และค่ายที่ไม่เห็นด้วย

ค่ายที่ไม่เห็นด้วยแน่ๆ คือ GNOME และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ GNOME ออกอาการไม่พอใจกับ Ubuntu คราว NotifyOSD (Ayatana) ที่ Ubuntu ทำเองใช้เองคนเดียวก็สร้างความงุงิๆ ให้กับชุมชน GNOME อยู่พอควร (ถ้าสังเกตดีๆ หลังจากนั้นไม่นาน GNOME Shell ก็มีการเพิ่ม notification system แบบใหม่เข้ามา จะเป็นเหตุบังเอิญหรือความตั้งใจไล่ตาม NotifyOSD ก็ไม่อาจรู้ได้)

Dave Neary หนี่งในคณะกรรมการของ GNOME Foundation ได้เขียนบทความที่ค่อนข้างยาวลงใน blog ต่อกรณีนี้

ในตอนต้นของบทความ Dave Neary ได้เปรยไว้อย่างยาวว่าความพยายามแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นครั้งแรก และ Canonical ก็ไม่ใช่คนแรกที่พยายาม เขายกตัวอย่าง เช่น slab menu ของ Novell, Moblin ของ Intel, Freerunner ของ OpenMoko, Sugar ของ OLPC ซึ่งแทบจะทั้งหมดไม่ได้ประสบความสำเร็จมากนักในโลกแห่งความเป็นจริง จากตัวอย่างเหล่านี้ตัวเขาเชื่อว่า Canonical จะต้องเจออุปสรรคอีกมากรออยู่ข้างหน้า แล้ว Canonical จะรู้เองว่าการพัฒนาสร้างระบบ desktop ที่สมบูรณ์และใช้งานได้จริงนั้นมันยากกว่าที่คิดไว้เยอะ

ในย่อหน้าท้ายๆ Dave Neary ได้แสดงความคิดเห็นต่อ Canonical และ Ubuntu ในการตัดสินใจทำตัวแตกแยกเช่นนี้ว่า “มันคือหนทางของ Siege mentality” และสุดท้ายจะนำไปสู่การแยกตัวออกห่างจากชุมชนของ Canonical และ Ubuntu เอง

(หลังจากค้น Wikipedia ผมเข้าใจว่า Siege mentality คืออุปทานหมู่รูปแบบหนึ่งที่คิดไปเองว่าพวกตนเองถูกกดขี่ปองร้ายจากสังคมรอบข้าง ทำให้เกิดอาการวิตกกังวลมากเกินไปจนสร้างกำแพงขึ้นแยกกั้นพวกตัวเองออกมาจากสังคม)

Unfortunately, this choice of Unity as the desktop user interface, instead of supporting the steadily progressing GNOME Shell project and trying to influence the direction of that project, is another step on the path to the siege mentality. This move will inevitably garner some support from within Ubuntu, and much criticism from the rest of the GNOME ecosystem, further isolating Canonical and the Ubuntu community from the rest of the free desktop development community.

Dave Neary ปิดท้ายด้วยการทำนายอนาคตอันใกล้ภายในปีกว่าๆ ที่จะมาถึงไว้ว่า “ถ้ามองโลกในแง่ดี GNOME กับ Canonical อาจจะได้แลกเปลี่ยนเทคโนโลยีใน GNOME Shell และ Unity ไปมาระหว่างกัน แต่ถ้ามองโลกในแง่ร้าย ผลสุดท้ายคือ GNOME Shell กับ Unity จะแข่งกันเอง และลากให้ความก้าวหน้าของ free software desktop ถอยหลังไปอีกสองปีจนยากที่จะตาม Apple และ Microsoft ได้ทัน” (ผมคิดว่า Mark Shuttleworth ก็คงพอจะคาดเดาผลลัพธ์ในกรณีที่ร้ายที่สุดนี้ได้ เพราะตัวเขาเองก็ยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นการเสี่ยง)

The best possible outcome I can see is that one of the two projects will become an obvious choice within a year or so – and at that point either GNOME will adopt Unity (if Canonical drop the copyright assignment requirement) or Canonical will adopt GNOME Shell (if, as I expect, Canonical struggle to get Unity to the quality standard their users expect). A worst case scenario would see both projects suffer from the competition, putting the free software desktop another two years behind in its quest to beat Apple & Microsoft on features & functionality.

มาดูกันถึงฝั่งที่เฮละโลกับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้บ้าง ซึ่งก็ไม่ใช่อื่นไกลที่ไหน คือ Compiz เจ้าพ่อแห่งวงการ Compositing Window Manager นั่นเอง

งงกันหละสิว่าทำไม Compiz ต้องดีใจ? Unity ใช้ Mutter เป็น Window Manager นี่หน่า แล้ว Compiz ไปเกี่ยวอะไรกับเค้าด้วย?

ถูกครับที่ Unity รุ่นปัจจุบันใช้ Mutter เป็น Window Manager และตัวจัดการ effects ต่างๆ แต่ Jono Bacon ผู้จัดการชุมชนของ Ubuntu ได้เปิดเผยว่าตอนนี้ทีมนักพัฒนากำลังพอร์ต Unity จาก Mutter ไปใช้ Compiz แทน ซึ่งผลขั้นแรกที่ได้นั้นน่าพอใจคือ เร็วขึ้นมาก และมีปัญหากับ hardware น้อยลง

we have already started porting Unity from mutter to Compiz and the initial work is much faster, most notably on hardware that has traditionally had the most trouble from bug reports.

เกร็ดอย่างหนึ่งที่น่าจะสำคัญก็คือ Mutter เป็น Compositing Window Manager ที่ใช้ใน GNOME Shell ด้วย Mutter พัฒนาโดยใช้ Clutter เป็นพื้นฐาน เล่นกันแบบนี้ต้องนับว่า Ubuntu ฉีกหน้า GNOME ซ้อนกันสองชั้นเลยทีเดียว แม้ว่า Jono Bacon จะยืนยันว่า Ubuntu ยังเป็น GNOME distribution อยู่ก็ตาม

หลังจากทราบข่าว Sam Spilsbury หรือ SmSpillaz นักพัฒนาของ Compiz ได้แสดงความยินดีตอบรับทันทีลงใน blog ด้วยชื่อหัวข้อโพสต์เก๋ไก๋ว่า “A bright new future for Compiz” เปิดมาช่วงแรกของบทความก็โม้สรรพคุณของ Compiz 0.9.x (ที่เพิ่งจะออกเวอร์ชัน 0.9.2 ไป) ไว้เลยว่าไม่ใช่แค่เร็วอย่างเดียว รับรองว่า Compiz 0.9.x จะยังมีของใหม่ๆ เจ๋งๆ ให้ Unity เล่นด้วย

Most notably this was done for performance reasons, but also because a number of the new interfaces provided in compiz 0.9x allow for some great new stuff to happen with Unity

Sam Spilsbury คาดหวังไว้ว่าการตัดสินใจของ Ubuntu ที่เปลี่ยน Unity มาใช้ Compiz นี้จะเป็นการสร้างอนาคตอันสดใสให้กับโครงการ Compiz ทำให้ Compiz ไม่ใช่โครงการไร้ที่มาที่ไปอีกต่อไป และ Compiz ก็ไม่ต้องกังวลอีกแล้วว่า GNOME Shell ของ GNOME และ KWin ของ KDE จะมาบดบังความสำคัญของ Compiz จนดับหายจากวงการ

Well, it now means compiz is no longer a ‘project without a cause’. Many were worried about the future of compiz with regards to GNOME-Shell and KWin on KDE making no place for compiz in the modern desktop world. In fact, I personally had thought that compiz was likely to fade into obscurity, becoming a niche experimental window manager for those who like the bleeding edge.

ด้วยการมีผู้สนับสนุนรายใหญ่อย่าง Canonical ให้ความสำคัญ Sam Spilsbury เชื่อว่าจะต้องมีกำลังของนักพัฒนาไหลเข้ามาสู่โครงการ Compiz โดยเฉพาะจากทีมนักพัฒนาของ Unity และจะทำให้ Compiz ก้าวหน้าไปได้อย่างรวดเร็วต่างจากที่เคยเป็นมาในอดีต (ถึงบรรทัดนี้ ผมอยากจะบอกกับชุมชน Compiz ว่าอย่าเพิ่งมั่นใจอะไรกับ Canonical มากนัก ขอให้ดูกรณี GNOME เป็นตัวอย่าง)

และที่สำคัญกว่านั้น ตอนนี้ Canonical ก็ได้ว่าจ้าง Sam Spilsbury มาพัฒนา Compiz ให้กับ Unity โดยเฉพาะ แล้วด้วย แสดงว่า Canonical เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้มาก ผมไม่แน่ใจว่าแค่จ้าง Sam Spilsbury คนเดียว หรือจ้างนักพัฒนา Compiz คนอื่นร่วมด้วย

สำหรับคลื่นปฏิกิริยาลูกแรกจากโครงการ Free/Open Source Software สองค่ายก็หมดลงแต่เท่านี้ แต่เชื่อผมเถอะว่านับจากนี้ไปอีก 6 เดือน Canonical/Ubuntu/Unity จะต้องเผชิญกระแสคลื่นวิจารณ์จากอีกหลายโครงการ และหลังจากที่ Ubuntu 11.04 Natty Narwhal ออกก็จะยังต้องเตรียมตัวเตรียมใจโดนกระหน่ำจากกระแสตอบรับของผู้ใช้อีกแบบท่วมท้นจนกระอักตายกันไปข้างหนึ่งอย่างแน่นอน

ที่มา

  1. http://blogs.gnome.org/bolsh/2010/10/25/ubuntu-to-move-to-unity-as-default-desktop-for-11-04/
  2. http://www.webupd8.org/2010/10/unity-to-use-compiz-instead-of-mutter.html
  3. http://smspillaz.wordpress.com/2010/10/25/a-bright-new-future-for-compiz/
  4. http://www.jonobacon.org/2010/10/25/ubuntu-11-04-to-ship-unity/

5 Responses to กระแสคลื่นปฏิกิริยาลูกแรกต่อ Unity ใน Ubuntu 11.04 : GNOME ยังไม่เชื่อใจ, Compiz ได้เฮ

  1. เอ โดยธรรมชาติของ Linux มันก็แยกกันออกเป็นสายพัฒนาหลายๆสายอยู่แล้วนี่ครับ ทำไม GNOME ถึงยอมรับ ณ จุดนี้ไม่ได้ ในเมื่อมี KDE และตัวอื่นๆอีกตั้งเยอะ

    • . says:

      ก็เพราะ ubuntu มันเป็น GNOME Distribution ไงละครับ แต่ชอบทำตัวแหกคอก GNOME ไม่กินเส้นกัน ไม่ส่งงานกลับต้นน้ำ (GNOME) ถึงจะบอกว่าแยกสายพัฒนา แต่ก็หาได้พันไปจากการใช้ GNOME เป็นเบื้องหลังและเป็นโปรแกรมต่างๆ เป็นหลักอยู่ดี ส่วน KDE และตัวอื่นๆ นั่น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ GNOME อยู่แล้วครับ เป็นสายการพัฒนาที่ต่างแข่งขันกัน

      • อ้อ อื่มมๆๆ แบบนั้นจะว่าไป Ubuntu ก็น่าจะพัฒนา DE ของตัวเองขึ้นมาเองได้แล้วกระมังครับ นั่นน่าจะอยู่ในแผนการในอนาคตของเขารึเปล่าครับ แต่รอให้มันค่อยๆมีพื้นฐานไปก่อน ^^

    • akedemo says:

      คำตอบข้างบนพูดได้ถูกต้องพอควรเลยครับ

      ปัญหาความไม่พอใจของทางฝั่ง GNOME ลึกๆ ก็มาจากการชอบทำอะไรโดดเด่นแปลกแยกของ Ubuntu เองซึ่งบางครั้งก็ขัดกับวัฒนธรรมของ FLOSS โดยเฉพาะเรื่องการส่งโค้ดกลับคืนต้นน้ำ หลายครั้งหลายครา Canonical/Ubuntu มักจะเน้นแนวทางการเอาใจ basic users เป็นหลัก และเอาใจพวกนักพัฒนาเป็นรอง ไม่ใช่แค่กับ GNOME ยังมีนักพัฒนาของ Debian อีกที่มักจะแสดงอาการไม่พอใจ Ubuntu อยู่เนืองๆ

      Canonical/Ubuntu ชอบจะอ้างเสมอว่าตัวเองส่งโค้ดกลับไปแล้ว แต่ต้นน้ำไม่รับเอง ซึ่งแม้แต่ผมซึ่งเป็นแฟน Ubuntu ฟังยังไงก็ไม่ขึ้น ผมว่า Canonical/Ubuntu ใส่ใจกับปัญหานี้น้อยเกินไปมากกว่า ถ้าพยายามจริงๆ Canonical/Ubuntu น่าจะทำได้ดีกว่านี้

      ส่วน KDE, กับ Desktop environments ตัวอื่นๆ เป็นคู่แข่งโดยตรงอยู่แล้ว GNOME เลยไม่ค่อยออกอาการน้อยใจเท่าไร (แฟน KDE กับ GNOME ตีกันบ่อยมากครับ คนดังๆ หลายคนก็เอาด้วย เช่น Linus Torvalds เองก็เป็นแฟนตัวยงของ KDE เคยออกมาวิจารณ์ GNOME ด้วยว่า แนวทาง simple design ของ GNOME ดูถูก users เกินไป) แต่ GNOME กับ Ubuntu นี่ ตั้งแต่เริ่มต้นก็มองว่าเป็นพันธมิตรอันดีกันมาตลอด เพราะกระแส Ubuntu ช่วยฉุดให้ทุกคนหันมาจับตามอง GNOME พอ Ubuntu ทำท่าเอาใจออกห่างแบบนี้ GNOME ก็ต้องน้อยใจเป็นธรรมดา

      อย่างไรก็ดี ผมคิดว่าการบอกว่า Ubuntu “แหกคอก” นี่ออกจะเกินไปหน่อยนะครับ เพราะแต่ละ distro ก็ล้วนแล้วแต่มีแนวทางที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างกันไป ถ้าจะบอกว่า Ubuntu “แหกคอก” distro อื่นๆ ก็ “แหกคอก” เหมือนกันหมดแหละครับ

  2. benny says:

    ลองใช้งาน unity รู้สึกว่าใช้ง่ายกว่า Gnomeshell

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: