รีวิว Ubuntu 11.04 Natty Narwhal ตอนที่ 1


Ubuntu 11.04 ออกตัวเต็มมาตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 2011 แล้ว แต่ว่าผมเพิ่งจะได้ install และลองใช้แบบเต็มๆ วันนี้ (จริงๆ ผมก็ได้ลองเล่นมาเป็นเวลาหลายสัปดาห์แล้ว แต่เป็นแค่การลองผ่าน Live Session ประมาณแค่ไม่กี่ชั่วโมงต่อวัน) Ubuntu 11.04 รหัส Natty Narwhal มีของใหม่ที่น่าจับตามองอย่างมากติดมาด้วย นั่นคือ Unity ซึ่ง Canonical ดันให้มาเป็น default desktop นับเริ่มตั้งแต่ Natty และเวอร์ชันต่อๆ ไปจากนี้ แม้ว่า Unity จะเริ่มพัฒนามาไม่นานและถูกแนะนำเป็นครั้งแรกเมื่อประมาณปลายปี 2010 นี่เอง

ผมคิดว่ารีวิว Ubuntu 11.04 ทุกทีคงเหมือนกันหมด คือเน้นไปที่ Unity เสียส่วนใหญ่ ผมเองก็คงเขียนไปในทางนั้น เพราะต่อไปในอนาคต Unity จะคือทุกสิ่งทุกอย่างของผู้ใช้ Ubuntu อย่างเรา

Spec เครื่องผมที่ใช้รีวิวเป็นดังนี้

  • Toshiba Notebook รุ่น Satellite M70 อายุการใช้งาน 5 ปีกว่า
  • CPU Pentium M 1.73 GHz
  • RAM 1 GB DDR2
  • Harddisk 80 GB SATA
  • Intel Graphics 915GM Onboard

การติดตั้ง

ตัวติดตั้งของ Ubuntu แทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลยจากเวอร์ชันที่เแล้ว Ubuntu 10.10 เลย จุดที่แตกต่างกันก็เป็นเพียงสิ่งเล็กน้อย

อย่างแรกที่ผมเห็นว่าเป็นของใหม่ ก็คือ “ความฉลาด” ในการตรวจจับ Windows และ Ubuntu เวอร์ชันเก่าที่เรามีไว้แล้ว อย่างในภาพจะเห็นได้เลยว่ามันเจอว่าผมมี Ubuntu 10.04 กับ Windows อยู่ ตัวเลือกที่โผล่ขึ้นมาก็จะมีให้ Clean install Ubuntu, Upgrade Ubuntu, ลบทิ้งให้หมดแล้วลง Ubuntu

ผมไม่แน่ใจว่าการติดตั้งแบบอื่นมีอะไรใหม่หรือไม่ แต่สำหรับการติดตั้งแบบ Manual (ตัวเลือก “Something else”) ตรงตัวเลือกที่ให้กำหนดค่า mount point กลายเป็นว่า ไม่สามารถพิมพ์ mount point ลงไปเองได้ ต้องเลือกจาก dropdown menu เท่านั้น (ตรงนี้ผมคิดว่าเป็น bug มันควรจะทำได้ทั้งสองแบบคือ พิมพ์ใส่เอง และ เลือกจาก dropdown)

นอกนั้นการติดตั้งก็เหมือนเดิม รูปโฆษณาที่โชว์ระหว่างติดตั้งมีการเปลี่ยนแปลงบ้างเล็กน้อยให้เข้ากับหน้าตาของ Natty

รวมเวลาการติดตั้งนับจากแบ่ง partition และกด install จนเสร็จขึ้นหน้าต่างให้ reboot ทั้งสิ้นประมาณ 8 นาที (ผมใช้ Live USB ถ้าเป็น CD อาจจะช้ากว่านี้)

ความเร็วและประสิทธิภาพ

จากที่ตามข่าวการพัฒนา Linux Kernel มาตลอด ผมคาดว่า Natty จะต้องเร็วขึ้นมากกว่าเวอร์ชันเดิมๆ แน่ แต่หลังจากที่ได้ลองใช้จริง ผมกลับพบว่าผมคิดผิด

เริ่มจากเวลาบูต ผมจับเวลาอยู่หลายครั้งเพื่อให้แน่ใจว่ามันอยู่ตัวแล้ว เวลาในการบูตนับจากหน้า GRUB2 จนถึงหน้า desktop สมบูรณ์อยู่ที่ 43 วินาที ซึ่งผมถือว่าแย่มากๆ เมื่อเทียบกับ Ubuntu 10.04 (27 วินาที) และ Ubuntu 10.10 (32 วินาที)… ตกลงว่าเป้าหมายบูตภายใน 10 วินาทีนี่โยนทิ้งไปแล้วใช่มั้ยครับพี่ Mark Shuttleworth

พอบูตเข้ามา ผมก็สังเกตเห็นว่า effect ต่างๆ ของ Compiz กระตุกเกือบทุกอันเลย แม้จะไม่ถึงกับอืดจนใช้ไม่ได้ แต่ก็เป็นระดับที่น่ารำคาญโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับ Ubuntu รุ่นเก่าๆ ซึ่งลื่นไหลมากบนเครื่องเดียวกันนี้

ผมคิดว่าปัญหาเรื่องการกระตุก คงเป็นมาจากที่ Compiz ตัวใหม่นี้มีการปรับ code base ชุดใหญ่แถมยังต้องเร่งเพิ่มฟีเจอร์ให้รองรับกับ Unity นักพัฒนาจีงยังไม่มีโอกาส optimize เค้นประสิทธิภาพออกมาให้ได้เต็มที่ แต่ยังไงผมก็คิดว่าดีกว่าใช้ Mutter

นอกจากเรื่อง effect แล้ว การทำงานอื่นผมรู้สึกว่าจะพอๆ กับเวอร์ชัน 10.04 และ 10.10 การเล่น Flash video ดูเหมือนจะใช้พลังงาน CPU น้อยลงเล็กน้อย การเปิดโปรแกรมต่างๆ ก็เร็วพอควร (ผมคิดว่า LibreOffice เปิดเร็วกว่าอยู่นิดหน่อยด้วย)

RAM ตอนแรกขณะเปิดขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 150-160 MB ผมพยายามลบโปรแกรมที่ไม่ใช้และปิด startup services บางตัวไปเหลือประมาณ 120 MB ซึ่งก็ยังสูงอยู่ดีเมื่อเทียบกับค่าที่ผมเคยทำได้กับ Maverick ที่ 110 MB แถมใช้ไปเรื่อยๆ Compiz ยังเกิดอาการ “กินแรม” อีก

ความสวยงาม Unity

ถ้านับเฉพาะความสวยงาม ผมขอยกให้ Ubuntu 11.04 เป็น Ubuntu ที่สวยที่สุดนับเท่าที่ผมเคยใช้มา ผมแทบจะไม่ต้องเปลี่ยน theme อะไรเลย การออกแบบของ Layout หน้าจอของ Unity ถึอว่าลงตัวมาก ไม่รกหรือโล่งจนเกินไป

ผมควรจะแนะนำหน้าตาของ Unity สักหน่อย เผื่อคนใช้ยังไม่รู้

โลโก้ Ubuntu ตรงมุมขวาบนสุด เรียกว่า “Home button” (แต่นักพัฒนามันเรียกกันเล่นๆ ว่า BFB หรือ “Big Fat Button”) หากคุณชี้เม้าส์ไปกดที่ปุ่ม Home หรือ กดปุ่ม Windows (ปุ่ม Super) ตรงคีย์บอร์ด มันจะเรียก Dash ขึ้นมา

“Dash” คือ กรอบหน้าต่างยักษ์สีดำๆ เมื่อเปิดขึ้นมาจะมีตัวเลือกให้เราเข้าสู่ Applications และไฟล์ต่างๆ ในเครื่อง

แถบด้านขวาที่หน้าตาคล้าย Dock หรือ Superbar นั่นเรียกว่า “Unity Launcher” หรือสั้นๆ ว่า “Launcher” โปรแกรมที่รันอยู่จะปรากฏอยู่บน Launcher หรือเราจะเอา icon ของโปรแกรมที่เราใช้บ่อยๆ มาใส่ไว้ตรง Launcher ก็ได้

ตรง Launcher นอกจาก icon โปรแกรมแล้ว ยังมี Desktop switcher, Lenses (ปุ่มรูปบวกกับรูปไฟล์), และ icon ของอุปกรณ์ที่ mounted อยู่

“Lenses” เป็นแนวคิดใหม่ที่ถูกเสนอขึ้นมาไม่นาน ภายใน Lens แต่ละอันจะเป็นที่รวบรวมสิ่งที่เกี่ยวกับของเฉพาะอย่าง เช่น Application Lens ก็จะมีแต่ Applications เมื่อคลิกขวา จะมีรายการแสดงแยกตามหมวดหมู่คล้ายๆ กับ Application menu เดิม เมื่อคลิกซ้าย มันก็จะเปิด Dash แสดง Application ขึ้นมา ทั้ง Application ที่เราลงไว้และที่มีอยู่ใน Ubuntu Software Center เป็นต้น ตอนนี้ยังมี Lenses ไม่กี่อัน ที่ติดมาก็มีแค่ Application Lens และ Places Lens แต่ในอนาคตคาดว่าคงมีโปรแกรมอื่นๆ เขียนมารองรับ Lens มากขึ้น ที่ผมได้ยินมาก็เริ่มมีคนทำ Social Network Lens (รองรับพวก Facebook และ Twitter) และ People Lens (ดึงเอารายชื่อใน Contacts ไปแสดง) แล้ว

รายละเอียดอีกอย่างที่ผมเห็นว่าสวยดี คือ เรื่องเงาหน้าต่างครับ ใน Natty เงาหน้าต่างจะเข้มและหนามาก แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าเงาของหน้าต่างแต่ละอันไม่เท่ากัน เช่น เงาของ Active window จะเข้มกว่าเงาของ Inactive window, เงาของ Panel จะถูกบังเมื่อลากขอบหน้าต่างขึ้นไปชิดข้างบน เป็นต้น อันนี้ต้องยกความดีให้กับ Compiz (แต่เงาหนาๆ ของ Active window ส่วนหนึ่งมาจากเงาของ Metacity ผมคิดว่า Ubuntu คง hack Metacity มาเต็มที่เหมือนกัน)

เอาว่าวันนี้ผมขอไว้แค่นี้ก่อน ตอนหน้าผมจะมาเล่าถึงความเสถียรและความน่าใช้งานของ Unity ล้วนๆ เลย

อ่านต่อตอนที่ 2

5 Responses to รีวิว Ubuntu 11.04 Natty Narwhal ตอนที่ 1

  1. อ่า สวยขึ้นเยอะจริงๆครับ😀

    • akedemo says:

      ผมก็คิดว่ามันสวยจริงๆ นะ แต่ก็มีคนไม่ชอบเยอะอยู่เหมือนกัน ส่วนใหญ่จะเป็นพวกคนใช้ Linux มือเก๋าๆ ที่ไม่ชอบ เพราะมันปรับแต่งได้จำกัด

      • Polar.a says:

        ผมก็ว่างั้นหละเท่าที่ลองใช้ๆดู ปรับอะไรไม่ค่อยได้เลย แต่ดูเป็นมิตรกับผู้ใช้มากขึ้นเยอะเลย
        ถ้าเป็นผู้ใช้ทั่วๆไปก็ไม่ค่อยได้ปรับอะไรกันอยู่แล้ว
        Mark เขาเน้น “ผู้ใช้ต้องมาก่อน” http://www.blognone.com/news/23400

        ปล.สงสัย geek มาทิหลัง :p

  2. Thanabhat says:

    จากรูป ตรงแถบด้านขวาที่มีเวลา ซีพียู การรับส่งข้อมูล ต้องลงอะไรเพิ่มครับ

    • akedemo says:

      ลง conky ครับ repo หลักมีแพคเกจอยู่แล้ว ลงผ่าน synaptic ได้เลย
      แล้วผมก็ไปเอา conky-color จาก GNOME-look.org มาปรับแต่งนิดหน่อย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: