ตรรกะของผมเรื่อง “สองมาตรฐานและคอร์รัปชัน”


ที่ผมเคยแปลเรื่อง “ทฤษฎีเกมชี้สองมาตรฐานและคอร์รัปชันทำให้สังคมดำรงอยู่ได้” ลง Jusci http://jusci.net/node/1444 แล้วโดนเสื้อแดงเสื้อเหลืองสลิ่มสามัคคีรวมใจรุมด่าทั้งเว็บเนี่ย ผมพอเรียบเรียงตรรกะที่ผมมีได้แล้ว

ย้ำหน่อย อันนี้เป็นตรรกะของผมเองนะ ไม่เกี่ยวอะไรกับทฤษฎีเกมหรือตัวเปเปอร์

สมมติว่า สังคมหนึ่งประกอบด้วยชนชั้นทำงานและชนชั้นควบคุม ชนชั้นทำงานมีหน้าที่เก็บเกี่ยวทรัพยากรซึ่งทรัพยากรนี้คนเดียวเก็บไม่ได้ ต้องใช้คนจำนวนหนึ่งช่วยกันเก็บ ชนชั้นควบคุมมีหน้าที่ควบคุมให้ทุกคนร่วมมือกันเก็บ ทุกคนได้ส่วนแบ่งแบบ fair share ตามผลงานที่ทำ ชนชั้นทำงานก็ได้ตามทรัพยากรที่เก็บได้ ชนชั้นควบคุมก็ได้ตามจำนวนคนอู้ที่โดยลงโทษ

ถ้าเราเริ่มจากสังคมที่ทุกคนเป็น “คนดี” ทำตามหน้าที่ตนเองอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ผ่านไปสักพัก ชนชั้นควบคุมก็จะต้องหายไป เพราะพวกเขาไม่มีใครให้ลงโทษ ดังนั้นเขาจะไม่ได้รับส่วนแบ่งอะไรเลย ทางเดียวที่จะรอดคือต้องสลับบทมาเป็นชนชั้นทำงาน
และถ้าเกิดสมมติวันหนึ่ง สังคมคนดีนี้เกิดมี “คนโกง” (หรือคอร์รัปชัน) ไม่ว่าจะถูก introduced หรือกลายพันธุ์ขึ้นมาเอง คนโกงคือคนที่รับส่วนแบ่งแต่ไม่ทำงาน ดังนั้นคนโกงก็จะได้ผลประโยชน์สุทธิเหนือกว่าทุกคนในสังคม เพราะเขาไม่ต้องลงทุน (ตอนนี้เป็นชนชั้นทำงานหมดแล้ว ไม่มีชนชั้นควบคุม) ความเป็นคนโกงก็จะแพร่ลุกลามไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งชนชั้นทำงานที่ไม่โกงเหลือน้อยกว่าจำนวนขั้นต่ำที่จะเก็บเกี่ยว ทรัพยากรได้ สังคมก็ล่มลง

แต่ถ้าเราสมมติว่าชนชั้นควบคุมเกิดฉลาดแกมโกงขึ้นมาได้ก่อน แทนที่จะรอตกงาน พวกเขาเล่นใช้ “สองมาตรฐาน” จับคนทำงานเพื่อรับผลงานไปในระดับที่พอเหมาะให้ชนชั้นของพวกเขาอยู่รอดได้ สังคมก็จะมีการควบคุมตลอดไป แต่นั่นก็แปลว่าชนชั้นทำงานต้องจับคนบริสุทธิ์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะการจับคนมั่วๆ ก็เท่ากับว่าชนชั้นควบคุมไม่ต้องลงทุนอะไรเช่นกัน (ไม่ต้องไปเสียเวลาหรือพลังงานค้นหาคนผิดจริงๆ) ดังนั้นผลประโยชน์สุทธิก็จะสูงกว่าชนชั้นทำงาน ชนชั้นควบคุมจึงขยายตัวขึ้นๆ ขณะที่ชนชั้นทำงานหดเล็กลง ในที่สุดก็จะไม่มีคนพอเก็บเกี่ยวทรัพยากรอีก สังคมก็ล่ม

สรุปคือ การเปิดโอกาสให้มี “สองมาตรฐาน” จะเป็นการล่อใจให้สังคมยังมีการควบคุม และการมี “คอร์รัปชัน” ก็จะเป็นการล่อใจให้คนทั้งสังคมยอมรับว่าการควบคุมนั้นคุ้มค่า สังคมที่มีสองมาตรฐานและคอร์รัปชัน “ระดับหนึ่ง” ก็จะเสถียร (ตรงนี้แหละมั้งที่คุณ lew แย้งผมว่าควรแปลว่า “สังคมยอมรับสองมาตรฐานและคอร์รัปชันได้เท่านี้เท่านั้น” แต่ผมเห็นว่ามันไม่ใช่การยอมรับ แต่เป็นความจำเป็นที่ต้องมี และอัตรามันจะวิ่งเข้าหาระดับที่ทำให้สังคมเสถียรเองโดยธรรมชาติ)

ผมคิดว่าสวัสดิการพิเศษ, อำนาจเจ้าหน้าที่, ตำแหน่งข้าราชการ, ก็คือ “สองมาตรฐานที่ถูกทำให้ถูกกฏหมาย” คล้ายๆ กับการขุดหวยใต้ดินมาไว้บนดิน เพื่อเป็นการควบคุมการสองมาตรฐานอีกชั้น (แต่ขณะเดียวกันมันก็เป็นการเปิดโอกาสให้มีการคอร์รัปชันในวงของชนชั้น ควบคุมขึ้นมาอีก ซึ่งถ้าใช้ชุดตรรกะข้างบน ก็น่าจะ apply กันได้)

บางคนอาจจะต่อไปว่า “แล้วถ้าสมมติให้ทุกคนถูกสอนมาให้เป็นคนดีแต่เด็ก สังคมก็น่าจะมีแต่คนดีได้ โดยไม่ต้องมีชนชั้นควบคุม”

ผมก็ขอแย้งว่า การสอนนั่นแหละคือการควบคุมทางอ้อม การลงโทษก็คือให้คนที่ทำผิดหรือคิดจะทำผิดรู้สึกละอายเอง ดังนั้นผู้สอนก็จะมีฐานะเทียบเท่าชนชั้นควบคุมในชุดตรรกะ

ผมเข้าใจนะ ตรรกะแบบนี้ เสื้อแดงก็ไม่รับ เพราะคำว่าสองมาตรฐานมันทำร้ายจิตใจ เสื้อเหลืองกับสลิ่มก็ไม่ชอบ เพราะแสลงคำว่าคอร์รัปชัน

เท่ากับผมสรุปว่าการเคลื่อนไหวทางการเมืองของเสื้อแดงสูญเปล่า? ไม่ใช่เลย

เพราะจากการคิดตามตรรกะนี้ ผมจึงเชื่อว่าการเคลื่อนไหวของเสื้อแดง (หรือการกำเนิดของเสื้อแดง) คือแรงที่จะผลักให้สังคมเข้าสู่ภาวะเสถียรภายใต้ระบบควบคุมใหม่ที่เป็นธรรม ต่อทุกคนมากขึ้น

และในทางเดียวกัน ผมจึงมองว่าเสื้อเหลืองกับสลิ่มคือแรงยุดที่พยายามรักษาภาวะเสถียรอันเดิม ไว้ (ซึ่งผมคิดว่ารักษาได้ไม่นานหรอก มันไถลเกินกว่าจะหยุดแล้ว)

จะเห็นว่านี่ขนาดผมคิดด้วยรากฐานที่มองว่าทุกคนจ้องจะเอาผลประโยชน์เข้าตัวไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ยังมีคนบอกว่าผมเป็นพวกยูโทเปียนเลย บอกตรงๆ บางครั้งผมงงมาก ในสายตาผมคนที่มองโลกว่าทุกอย่างในปัจจุบันดีอยู่แล้วไม่ต้องการการเปลี่ยนแปลงนั่นแหละคือพวกงมงายในยูโทเปีย ซึ่งดูยังไงก็ไม่ใช่ลักษณะของผม

จริงมั้ย?

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: