Science at wars: (สถานะของ)ศาสนา vs วิทยาศาสตร์


ผมเห็นว่ากรณีของอิทธิพลของศาสนาพุทธในประเทศไทยนี่ต่างจากกรณีความขัดแย้ง ระหว่างศาสนากับวิทยาศาสตร์ในต่างประเทศพอสมควร (เช่น กรณี Creationism vs Science)

กรณีความขัดแย้งโดยตรงแบบที่จะมีพวก fundamentalism (คำนี้หลายคนชอบแปลว่าเป็นพวกนับถือศาสนาสุดโต่ง แต่ความจริงมันหมายถึงพวกที่ยึดคำเอาตามไบเบิ้ลแบบตามตัวอักษร) ออกมาต่อต้านวิทยาศาสตร์นั้นคงจะเห็นยากในกรณีบ้านเราที่นับถือศาสนาพุทธ เป็นหลัก ผมยอมรับว่าแนวคิดของศาสนาพุทธนั้นมีความก้าวหน้ามาก (คงเป็นเพราะตัวศาสนาพุทธเองก็กำเนิดจากการปฏิวัติความคิดจากศาสนาพราหมณ์ ฮินดูอยู่แล้ว)

ถ้ามันมาเป็นแนวคิดตรงๆ ด้านๆ แบบนี้ มันพิสูจน์หักล้างกันได้ชัดๆ ด้วยหลักฐาน เหมือนพวกไสยศาสตร์-วิทยาศาสตร์เทียมที่เราฉีกหน้ากากกันได้ทันที

ประเด็นของศาสนา(พุทธ)กับวิทยาศาสตร์ในบ้านเรา ผมมองว่ามันมีเงาของ Science Wars (http://en.wikipedia.org/wiki/Science_wars) แทรกอยู่ด้วย

โดยคร่าว Science Wars เป็นกรณีความขัดแย้งระหว่างนักวิทยาศาตร์กับนักวิชาการ postmodernist สายมานุษยวิทยา นักวิชาการสายมานุษยวิทยามองว่าตัววิทยาศาสตร์เองเป็นผลผลิตจากนัก วิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นมนุษย์ดังนั้นทฤษฎีต่างๆ ในวิทยาศาสตร์จึงได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของสังคมในยุคนั้นๆ ด้วย ไม่ได้เป็น objectivism อุดมคติแบบที่นักวิทยาศาสตร์ยกบูชากัน (มีการประดิษฐ์คำประชดประชันว่านักวิทยาศาสตร์เป็น Scientism ขึ้นมาด้วย)

ลักษณะนี้เห็นชัดจากคำพูดของ ว. วชิรเมธี ที่ว่า “อย่างมงายวิทยาศาสตร์” จริงๆ ผมก็ไม่อยากเล่นโจมตีตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ผมมองว่าคำพูดของ ว. วชิรเมธี เป็นตัวแทนความคิดที่คนรุ่นใหม่ที่ได้รับการปลูกฝังพุทธศาสนามองวิทยาศาสตร์ ได้ดีพอสมควร

และด้วย “ความเป็นไทย” ความพิเศษของปัญหาก็หนักกว่ากรณี Science Wars ด้วย เพราะการอ้างแนวคิดดังกล่าวได้รับความรับรองจากศาสนาอีกชั้นหนึ่งเพราะมัน ดันสอดคล้องกับแนวทางของศาสนาพุทธพอดิบพอดี ลักษณะคำสอนของศาสนาพุทธที่มีความยืดหยุ่นในการตีความอยู่สูงพอสมควรเอื้อ ให้การมองโลกผ่านมุมมองเช่นนี้ได้รับการยกย่องในสังคมด้วยซ้ำ (แม้แต่กรณี Science Wars ก็จะเห็นว่าพอมีช่องปุ๊บ ฝ่ายพวก Creationist กับพวก Young Earth ก็ออกมาขานรับเลย)

คราวนี้หลายคนอาจมองว่า “ถ้าแล้วยังงี้ มันเป็นปัญหาอย่างไรหละ การที่สังคมไทยเอื้อให้มีการ ‘ตรวจสอบ’ แม้กระทั่ง ‘ความเชื่อ’ ทางวิทยาศาสตร์ ก็ดูดีหนิ ไม่เห็นจะเป็นปัญหาตรงไหนเลย”

ปัญหาอยู่ตรงที่แนวคิดพื้นฐานของศาสนาและวิทยาศาสตร์แตกต่างกัน หรืออย่างน้อยก็ไม่ใช่ของที่จะมาผสมปนเปกัน (ผมพยายามเลี่ยงประเด็น ‘ศาสนาขัดกับวิทยาศาสตร์หรือไม่’ ออกไปก่อนนะ) การใช้แนวคิดทางศาสนามาวิจารณ์กระบวนการคิดแบบวิทยาศาสตร์จึงเป็นเรื่องที่ ไม่สมเหตุสมผล นอกจากจะไม่เกิดประโยชน์แล้วยังทำให้กระบวนการใช้เหตุผลพิกลพิการอีกด้วย คำค้านของผมมันก็เหมือนกับชุดคำพูดที่นักวิทยาศาสตร์ใช้ต่อกรกับพวก postmodernist นั่นแหละ คือ มันเป็นการวิจารณ์จากคนที่ไม่เข้าใจวิทยาศาสตร์ การวิจารณ์แบบชุ่ยๆ มันง่าย แต่การพิสูจน์ค้านข้อวิจารณ์พวกนี้มันยาก น่าเหนื่อยหน่าย บางครั้งก็ถึงขั้นเป็นไปไม่ได้

ยิ่งได้เกราะอิทธิพลของศาสนาที่ดำรงตำแหน่งในสถาบันหลักของชาติด้วยแล้ว การใช้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์แทบจะเป็นหมันไปเลยในหลายๆ กรณี (อย่างในกรณีที่พระ ว. วชิรเมธี พูด “อย่างมงายวิทยาศาสตร์” จะให้เอาหลักการวิทยาศาสตร์อะไรไปเถียงกลับ คำพูดมันงี่เง่ามากจนไม่มีหลักการอะไรให้เถียงเลย จะโต้กลับก็คือ ‘การด่า’ อย่างเดียว แต่ดันมีคนเชื่อจริงจังและคนพูดก็อยู่ในสถานะที่เราไม่ควรละเมิดซะด้วย)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: