State of the Union 2012: เมื่อสหรัฐฯ ดึงคนเข้าบ้าน


เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2012 ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา บารัก โอบามา ขึ้นรายงาน State of the Union ประจำปี

ความจริงผมก็ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับ State of the Union อะไรก่อนหน้านี้หรอก แต่ในปีนี้ State of the Union ของโอบามาได้รับความสนใจจากเว็บข่าววิทยาศาสตร์ของทางฝั่ง US มากเป็นพิเศษ เหตุผลเพราะปีนี้โอบามาพูดถึงเรื่องความสำคัญของวิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี, พลังงานสะอาด, และการศึกษามากเป็นพิเศษ

ตัดเรื่องโม้ผลงานตัวเองออกไปก่อน ผมฟังดูแล้วก็มีความรู้สึกชื่นชมการพูดของโอบามา เนื้อหาที่พูดก็มีประเด็นที่น่าสนใจมากๆ ด้วย โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการศึกษาและวิทยาศาสตร์

โดยธรรมชาติของ State of the Union ประธานาธิบดีก็จะมาโชว์ผลงานและวิสัยทัศน์ว่าปีที่แล้วรัฐบาลสหรัฐฯ ทำอะไรไปแล้วบ้าง ปีหน้าจะทำอะไรบ้าง

ในสายตาของผม ประเด็นใหญ่เกี่ยวกับวิสัยทัศน์ของ State of the Union ปี 2012 นี้โดยรวมเป็นอย่างที่ผมสรุปไว้ในหัวข้อ คือ “การดึงคนเข้าบ้าน”

  • ดึงทหารที่ส่งไปรบในอิรักกลับบ้านให้หมด แทนที่จะส่งคนไปรบนอกบ้าน มันถึงเวลาแล้วที่จะเอาทรัพยากรบุคคลเหล่านี้กลับมาทำเงินทำงานในประเทศ
  • ดึงเหล่าคุณครูและคนที่จะมาเป็นครูให้มากขึ้น มีมาตรการดึงดูดใจต่างๆ เช่น มาตรการทางภาษี
  • ดึงนักเรียนให้เรียนให้จบทุกคน เพราะการศึกษาที่สูงย่อมหมายถึงโอกาสในการทำงานและสร้างงานที่สูงตามไปด้วย
  • ดึงนักวิจัยต่างชาติให้เข้ามาเป็นคนอเมริกัน โอบามาเห็นว่าสหรัฐฯ เสียโอกาสไปมากกับนักวิจัยบางคนที่ยังไม่มีสัญชาติอเมริกันหรือนักศึกษาต่างประเทศที่มาเรียนแล้วก็กลับประเทศตัวเอง หากสหรัฐฯ ดึงดูดให้คนเหล่านี้พัฒนาความรู้ให้กับสหรัฐฯ ได้ ตำแหน่งผู้นำโลกของสหรัฐฯ ก็จะมั่นคงต่อไป (มีหลายจุดที่โอบามายกการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของประเทศจีนขึ้นมาเปรียบ)
  • ดึงนักลงทุน, เจ้าของกิจการ, start-ups สัญชาติอเมริกันให้หันกลับมาลงทุนในประเทศมากขึ้น (insourcing) แทนที่จะสนับสนุนการ outsourcing เหมือนเดิม เพื่อที่จะได้สร้างงานให้กับชาวอเมริกัน
  • สนับสนุนเทคโนโลยี “พลังงานสะอาด” ให้มากขึ้น และลดการ subsidize ธุรกิจพลังงานแบบเดิมที่สร้างมลภาวะ (พวกบริษัทน้ำมันนั่นเอง) อันนี้อาจฟังดูเหมือนไม่ค่อยเกี่ยวกับการ “ดึง” อะไรเข้าบ้านสักเท่าไร แต่จากเนื้อหาจะเห็นว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการดึงคนในสาย STEM (ย่อมาจาก “science, technology, engineering, and mathematics” เป็นคำเรียกรวมของสายอาชีพพวกนี้ คนที่อ่านข่าววิทยาศาสตร์ต่างประเทศจะได้เห็นคำนี้บ่อย) ให้เข้ามาทำงานวิจัยในสหรัฐฯ

นอกนั้นก็เป็นเรื่องเศรษฐกิจ เช่น จะเพิ่มภาษีคนรวย และเรียกร้องให้ทุกๆ คนช่วยกันสานความฝันของสหรัฐฯ ให้เป็นจริง

ฟังดูแล้วก็ขนลุกดีเหมือนกัน เป็นการเปิดหูเปิดตาของว่า “ชาตินิยมแบบอเมริกา” กับ “ชาตินิยมแบบไทยๆ” นั้นต่างกันสุดขั้วเพียงใด ขนาดว่าผมเรียนวิทยาศาสตร์นะ ไม่ได้เรียนเศรษฐศาสตร์หรือรัฐศาสตร์หรือเชี่ยวชาญเรื่องต่างประเทศสักเท่าไร

ในขณะที่ชาตินิยมไทยปากหนึ่งก็พล่ามเรื่อง “สามัคคี ปรองดอง แตกต่างแต่ไม่แตกแยก” อีกปากก็ “ไล่คนออกจากบ้าน” “ไอ้พวกกินยาผิดซอง/ไอ้พวกไม่รู้จักบุญคุณแผ่นดิน ออกไปเลย ไป๊” แต่อีกฟากของโลก (เป็นอีก “ฟาก” ทั้งในทางภูมิศาสตร์และอุดมคติ) กลับกวักมือเรียกคนให้(กลับ)เข้าประเทศ

สรุปแล้วคำว่า “ชาติ” มันหมายถึงอะไร แต่ที่แน่ๆ ชาติคงไม่ได้หมายถึงแค่แผ่นดิน, ดินแดน, หรือสถาบันของใครอันใดอันหนึ่ง

การชื่นชมแนวคิดที่ดีกว่า มีเหตุผลกว่า มีความเป็นมนุษย์มากกว่า คงไม่ใช่การแหกคอก ไม่ใช่การเดินตามก้นฝรั่ง (ก้นฝรั่งไม่ให้ตาม แต่พอก้นคนไทยกลับบอกว่า “เดินตามหลังผู้ใหญ่ หมาไม่กัด” ตลกฉิบหาย) หากว่าเราจำจะต้องถูกตราหน้าเช่นนั้นจริง พักหลังมานี้ผมก็คิดว่าก้นฝรั่งน่าเดินตามมากกว่าตามก้นคนไทยเป็นไหนๆ

One Response to State of the Union 2012: เมื่อสหรัฐฯ ดึงคนเข้าบ้าน

  1. pjnn says:

    ขอนำไปเป็นข้อมูลและแนวความคิดในการทำงานนะคะ ขอบคุณมากค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: