วิทยาศาสตร์ใช้ไม่ได้ หรือ ไม่อยากใช้วิทยาศาสตร์


อย่างมงายวิทยาศาสตร์

อย่างมงายวิทยาศาสตร์นักเลย

วิทยาศาสตร์ยังพิสูจน์สิ่งนี้ไม่ได้ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่

ถูกต้องครับ วิทยาศาสตร์ไม่สามารถอธิบายทุกเรื่องได้หมด ถูกทุกครั้งที่พูด พูดกี่ครั้งก็ถูก

แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้างที่แปลว่าความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไม่ถูกต้อง ไม่ใช่ความจริง หรือเชื่อถือไม่ได้ ไม่ควรให้ความสำคัญ

ตรงกันข้าม การที่วิทยาศาสตร์อธิบายหลายเรื่องไม่ได้ “เป็น” เหตุผลที่ทำให้วิทยาศาสตร์ยังคงอยู่ได้และเป็นกระบวนการหาความรู้ที่สำคัญที่สุดของมนุษย์ เป็นเหตุผลที่ทำให้โรงเรียนและมหาวิทยาลัยทั่วโลกยังต้องสอนวิชาวิทยาศาสตร์ให้กับอนาคตของเผ่าพันธุ์เรา เป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้โลกเรายังมีอาชีพที่เรียกว่า “นักวิทยาศาสตร์” อยู่

ภารกิจของวิทยาศาสตร์คือการค้นคว้าหาความจริงในธรรมชาติ หากมนุษย์รู้ทุกอย่างแล้วนั่นแหละ วิทยาศาสตร์จึงจะไร้ความสำคัญ

ที่สำคัญ เรื่องที่วิทยาศาสตร์(ยัง)อธิบายไม่ได้ ก็ไม่ได้จำเป็นว่าคำตอบจะต้องปรากฏอยู่ในศาสนา

ศาสนาอธิบายอะไรได้บ้าง แม้ว่าศาสนาจะขี้โม้ไว้ว่าศาสดาของพวกเขาอธิบายจักรวาลได้อย่างถ้วนทั่วหมดจดอย่างไรก็ตาม ผมต่อให้เอาสิ่งที่ศาสนาทุกศาสนาบนโลกอธิบายหรือเคยอธิบายไว้มารวมกัน สิ่งที่ศาสนาอธิบายไว้ก็เทียบไม่ได้เลยกับแม้แต่เสี้ยว 1 ใน 1,000 ล้านของสิ่งที่วิทยาศาสตร์อธิบายได้
(นี่ผมสมมติแบบรอมชอมพอสมควรแล้วนะ ความจริงผมคิดว่าศาสนาไม่ได้ช่วยอธิบายอะไรให้มนุษย์เข้าใจความจริงของธรรมชาติเลยแม้แต่น้อย หรือง่ายๆ {สิ่งที่ศาสนาอธิบาย}={} )

ผมเคยเจอคนบอกว่า เมื่อวิทยาศาสตร์ถึงทางตัน คนก็จะกลับไปพึ่งศาสนาในการหาความจริง

ผมไม่รู้นะว่าทางตันของวิทยาศาสตร์ที่เขาพูดถึงคืออะไร แต่อารยธรรมของมนุษย์เคยผ่านยุคที่ผู้คนละทิ้งหลักแห่งเหตุผลและยึดถือเอาศรัทธาทางศาสนาเป็นความจริงมาแล้วอย่างน้อยก็ในโลกตะวันตก และเราเรียกยุคนั้นว่า “ยุคมืด” ที่สุดท้ายก็ผ่านพ้นไปเหมือนกับกลางคืนที่แม้จะมืดมิดแค่ไหนก็ต้องจบสิ้นอยู่ดี

วิทยาศาสตร์ไม่ใช่ของดีเสมอไป

ถัดจากเรื่องวิทยาศาสตร์อธิบายบางอย่างไม่ได้ คนที่พยายามจะดิสเครดิตวิทยาศาสตร์ก็จะคุ้ยอะไรทำนองนี้ขึ้นมา

“วิทยาศาสตร์ไม่ดีเสมอไป ยกตัวอย่างวิทยาศาสตร์ทำให้เกิด {ระเบิดนิวเคลียร์, อาวุธเคมี, อาวุธชีวภาพ ฯลฯ}”

เฮ้อ… ข้ออ้างแบบนี้ไม่เบื่อกันจริงๆ เหรอ เปลี่ยนบ้างอะไรบ้างก็ได้ มีคนแย้งตกไปตั้งแต่ปีมะโว้แล้ว

วิทยาศาสตร์สาขาไหนบ่มเพาะให้นักวิทยาศาสตร์พัฒนาความรู้และเทคโนโลยีเพื่อเอาไปทำลายล้าง “ฝ่ายตรงข้าม” บ้าง การแบ่งขั้วแบ่งข้างต่อสู้กันในทางวิทยาศาสตร์ก็มีแต่การแข่งกันว่าทีมไหนจะค้นพบคำตอบที่ถูกต้องก่อน ไม่ใช่เอาไปทำสงคราม

ระเบิดนิวเคลียร์เกิดขึ้นมาได้เพราะความรู้ทางวิทยาศาสตร์ แต่การใช้มันเป็นอาวุธสงครามเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ตรงไหน วิทยาศาสตร์โดยตัวของมันเองไม่มีแบ่งการแบ่งชาติ แบ่งศาสนา แบ่งชนชั้น

ต่างจากพวก “ลัทธิ” ศาสนา, ชาตินิยม, กษัตริย์นิยม และระบบความเชื่องมงายอื่นๆ ที่ปลุกเร้าสาวกตลอดเวลาว่า เราคือพวกเดียวกัน มันคิดต่างจากเรา มันคือคนละพวก แม้แต่ศาสนาคริสต์ที่เราเรียกว่าเป็น “ศาสนาแห่งความรัก” ก็เน้นอยู่ในตัวคำสอนว่าสาวกคริสต์เท่านั้นที่พระเจ้าเลือก พวกอื่นคือคนนอกรีต

ถ้าจะยกตัวอย่างว่า “วิทยาศาสตร์ไม่ดี” ผมแนะนำให้ลองยกตัวอย่าง การทดลองที่ขัดต่อจริยธรรมดูบ้างนะ เช่น การทดลองที่ทำกับสัตว์อย่างทารุณ เป็นต้น แบบนี้ผมจะยอมรับจริงๆ ว่าวิทยาศาสตร์มีปัญหาในแง่นี้ แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ไม่ได้ดูดาย กำลังหาทางแก้ไขเรื่องนี้ตลอดเวลา เห็นได้จากการรณรงค์เลิกใช้สัตว์ทดลองไปทีละชนิด (เร็วๆ นี้ก็มีข่าวเรื่องการเลิกใช้ชิมแปนซีในงานวิจัย)

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: