Canonical ประกาศรับสมัคร Kernel engineer เพิ่ม

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Canonical ได้ประกาศรับสมัครงานเพิ่มในตำแหน่ง Ubuntu Kernel Engineers จำนวน 2 ตำแหน่ง

เวลาบริษัทใหญ่ๆ เปิดรับงานเพิ่ม มันมักจะแสดงถึงแนวโน้มในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัทนั้น สำหรับ Canonical การประกาศรับสมัคร Kernel Engineers ก็น่าจะแสดงให้เห็นถึงความต้องการกำลังคนเข้าไปเร่งพัฒนาอะไรสักอย่าง ยิ่งถ้าดูตรงคุณสมบัติที่ต้องการ ได้แก่

  • Experience with ALSA & sound codecs
  • Experience with BIOS & the ACPI subsystem and related drivers
  • Experience with suspend/resume & power management infrastructures
  • Experience with the kernel portions of KMS (kernel mode switching)

จะเห็นได้เลยว่า Canonical หมายมั่นปั้นมือที่แก้ปัญหาค้างคาเรื่อง hardware compatibility กับ Linux ซึ่งมีมายาวนานเหลือเกิน และเป็นปัญหาที่ Ubuntu ต้องประสบมาโดยตลอด โดยเฉพาะเรื่อง sound, ACPI, power management, และ display driver นอกจากนี้ความต้องการคนที่มีประสบการณ์กับ KMS อาจจะมีอะไรเกี่ยวข้องกับการย้ายไปใช้ Wayland ด้วยไม่มากก็น้อย

นอกจากตำแหน่ง Kernel engineer แล้ว Canonical ยังประกาศรับสมัคร Ubuntu ARM Kernel Developers เพิ่มอีก 2 ตำแหน่งด้วย อันนี้พอจะเป็นได้ไหม? ว่าในอนาคตอันใกล้ เราอาจได้เห็น smartphone หรือ tablet ที่รัน Ubuntu

อย่าเพิ่งขำไป มีสิทธิ์เหมือนกันนะ ถ้าดูเรื่องการเร่งพัฒนาระบบ multitouch (uTouch) กับกระแสของตลาด tablet ประกอบเข้าไปด้วย Canonical อาจเตรียมสร้าง surprise ไว้เหมือนกัน

ที่มา http://ubuntuforecast.wordpress.com/2010/11/21/canonical-boosting-linux-kernel-contribution/

Ext4 งานเข้า! อืดจนโดน Ext3 แซงบน Linux kernel 2.6.32

Linux Kernel ตัวใหม่ ทุกคนก็ต้องหวังว่าอะไรๆ จะเร็วขึ้น แต่กับประสิทธิภาพของ Ext4 Filesystem บน Linux Kernel 2.6.32 กลับเป็นสิ่งที่น่าผิดหวังอย่างแรง ผลการทดสอบจาก Phoronix ได้สรุปรวมไว้ข้างล่างดังนี้

  • Dbench (client count analysis) – Ext3 ชนะ Ext4 ขาด เร็วกว่าเกือบเท่าตัวทุกการทดสอบ
  • IOzone (disk test analysis) – Write performance Ext4 เร็วกว่า Ext3 เล็กน้อย; Read performance Ext3 เร็วกว่า Ext4 เล็กน้อย
  • SQLite test – Ext3 ใช้เวลา 24.62 วินาที, Ext4 ใช้เวลา 114.80 วินาที (ใช้เวลาน้อยกว่าคือดี)
  • PostMark (disk transaction performance) – Ext4 เร็วกว่า Ext3 ประมาณ 40%
  • Threaded I/O Tester (write) – Ext3 เร็วกว่า Ext4 ประมาณ 15.5%
  • Threaded I/O Tester (random write) – Ext3 เร็วกว่า Ext4 ประมาณ 133.8%
  • Threaded I/O Tester (read) – Ext3 เร็วกว่า Ext4 ประมาณ 54.8%
  • Threaded I/O Tester (random read) – Ext4 เร็วกว่า Ext3 เล็กน้อย
  • GZip Compression ไฟล์ 2 GB – Ext3 ใช้เวลา 14.61 วินาที, Ext4 ใช้เวลา 18.03 วินาที (ใช้เวลาน้อยกว่าคือดี)
  • FS-Mark (1,000 files, 1MB file-size) – Ext3 เร็วกว่า Ext4 ประมาณ 226.2%
  • FS-Mark (1,000 files, 1MB file-size, no sync) – Ext3 เร็วกว่า Ext4 ประมาณ 262.6%
  • FS-Mark (5,000 files, 1MB file-size) – Ext3 เร็วกว่า Ext4 ประมาณ 308.2%

แนะนำให้ไปดูผลการทดสอบต้นฉบับที่เป็นกราฟจาก http://www.phoronix.com/scan.php?page=article&item=linux_2632_fs&num=1 จะเห็นภาพเลยว่า Ext4 อืดลงขนาดไหน

จากสรุปผลการทดสอบ พบว่ามีเพียง 2 จาก 12 รายการเท่านั้นที่ Ext4 ทำได้ดีกว่า Ext3 และผลจาก IOzone (disk test analysis) นั้นทั้งสองให้ผลสูสีกัน ส่วนอีก 9 รายการที่เหลือ Ext3 ทำได้ดีกว่า Ext4 แถมส่วนใหญ่จะเป็นการชนะขาดมากกว่าเท่าตัวซะด้วย โดยเฉพาะการทดสอบ SQLite และ FS-Mark

สาเหตุที่ Ext4 ช้าลง (Performance regression) แบบสุดจะน่าเกลียดนี้  คาดว่าน่าจะมาจากการเปลี่ยนแปลงเพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับ Data integrity ขณะเขียนข้อมูล ซึ่งทาง Phoronix ได้ให้คำอธิบาย(ปลอบใจ)ว่า ถ้าตั้งค่า mount option โดยยอมแลกกับความเสี่ยงเรื่อง Data integrity ปัญหาเรื่อง Performance อาจจะไม่รุนแรงมากขนาดนี้ พูดง่ายๆ คือ ให้เลือกกันเอาเองเลยว่า “อยากเร็วแบบเสียวๆ” หรือ “อยากอืดแบบชัวร์ๆ”

เรื่องนี้น่าจะกระทบคนที่รอคอย Ubuntu 10.04 LTS Lucid Lynx พอสมควร เพราะตามแผนกำหนดการ Lucid จะมาพร้อมกับ Kernel 2.6.32 แน่ๆ หรือต่อให้ขยับไปใช้ Kernel 2.6.33 ก็ไม่แน่ว่าปัญหาเรื่อง Performance regression นี้จะได้รับการแก้ไข เพราะ Phoronix มีแย้มๆ ไว้ในบรรทัดสุดท้ายว่า Ext4 บน Kernel 2.6.33 อาการหนักกว่านี้ซะอีก… โอ้ว!

Read more of this post

X server แบบ root-less กำลังจะมา

ตั้งแต่เดิมจนถึงปัจจุบันการตั้งค่าหรือคอนฟิก X server หรือตัวจัดการระบบ GUI ที่นิยมใช้ในพวก Linux จะต้องใช้ Root privilege เป็นส่วนใหญ่ (หรือทั้งหมด) แต่ด้วยของใหม่ Kernel-mode setting หรือ KMS ที่กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (พูดกันง่ายๆ KMS ก็คือการย้ายการจัดการเกี่ยวกับพวก GUI ไปอยู่บน kernel แทนที่จะอิงกับ xorg.conf เหมือนเดิม) ต่อไปคาดว่า X server จะรันโดยไม่ต้องผ่านสิทธิของ root แล้ว ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดๆสำหรับผู้ใช้ก็คือเรื่องของความปลอดภัย (security) ที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ผมยังเดาว่าการปรับแต่งอะไรเกี่ยวกับ Graphics เช่น ต่อสองจอ ก็น่าจะง่ายขึ้นด้วย

ตามข่าวบอกว่าอีกไม่นาน Root-less X server ก็คงจะมาเผยโฉมให้เห็น (โดยเฉพาะค่าย Intel กับ AMD/ATi ส่วน NVIDIA นี่ต้องลุ้นจาก nouveau driver) แต่โดยส่วนตัวแล้ว ผมยังเข็ดๆกับเรื่อง driver ของใหม่จาก Intel จริงๆ

ที่มา http://www.phoronix.com/scan.php?page=news_item&px=NzM2MA

ไดรเวอร์ USB 3.0 ลินุกซ์ต้องมาก่อน

ได้ยินข่าว USB 3.0 มาตั้งนานร่วมปี เพิ่งจะรู้ว่ามันยังไม่มีไดรเวอร์สำหรับ OS ไหนในโลกออกมาเลย แต่ในอีกสามเดือนข้างหน้า (เดือนกันยายน) ไดรเวอร์สำหรับ USB 3.0 จะถูกผนวกเข้ามาใน Linux kernel 2.6.31 ในรูปของ xHCI (Extensible Host Controller Interface)

ตามข่าวบอกว่า ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ Linux จะเป็น OS แรกบนพิภพนี้ที่มีไดรเวอร์ USB 3.0 (ใช้คำเว่อร์ไปหรือเปล่า?)

USB 3.0 จะมีมาตรฐานความเร็วในการส่งข้อมูลอยู่ที่ 5.0 Gbps ซึ่งเร็วกว่า USB 2.0 ถึง 10 เท่า!

ว่าแต่ยังไม่เห็นมีข่าวของฮาร์ดแวร์ที่ใช้ USB 3.0 ออกมาเลย หวังว่าหลังจากที่มีไดรเวอร์ออกมาแล้ว ผู้ผลิตก็คงทยอยปล่อยสินค้าออกมานะ (แต่ที่จริงมันควรจะมีฮาร์ดแวร์ออกมาก่อนไม่ใช่เหรอ?)

Linux Kernel 2.6.29 ออกแล้วพร้อมโลโก้ใหม่ (ชั่วคราว)

วันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา Linus ก็ได้ประกาศรีลีสเคอร์เนลใหม่ล่าสุด 2.6.29 พร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ๆพอสมควร ดูเหมือนว่าของใหม่คราวนี้ที่ชัดที่สุดน่าจะเป็นโลโก้ใหม่ที่มีชื่อว่า Tuz เป็นตัว Tasmanian Devil ซึ่งจะใช้เป็นการชั่วคราว ตามกระแส Save the Tasmanian Devil

ส่วนฟีเจอร์อื่นที่เด่นๆ (และมีสาระ) ได้แก่

  • Kernel Modesetting ซึ่งจะช่วยจัดการเกี่ยวกับโหมดการแสดงผล สำหรับในเวอร์ชันนี้สนับสนุนเฉพาะการ์ดจอของอินเทลเท่านั้นและ X.org ต้องรองรับด้วยจึงจะเปิดใช้งานได้
  • รองรับ Btrfs Filesystem แต่ยังไม่เสถียร (คาดว่าถ้า Btrfs เสถียรเมื่อไร ก็คงจะเอามาแทนที่ Ext)
  • SquashFS 4.0 เป็นโหมด Read-only ที่ใช้ใน LiveCDs และพวก Embedded ทั่วไป เวอร์ชันนี้รองรับ 64 bit filesystems (รองรับไฟล์ที่ใหญ่กว่า 4 GB ได้) ด้วย
  • รองรับซีพียูได้ถึง 4096 ตัว ซึ่งในรุ่นก่อนแม้จะทำได้จะยังมีปัญหาเรื่องความเสถียรและประสิทธิภาพอยู่
  • “Tree RCU”: scalable classic RCU
  • รองรับ WiMAX
  • Wireless Access Point (WAP) mode support
  • Filename encryption for eCryptfs
  • Filesystem freeze function
  • Memory controller swap management and various improvements ควบคุม Memory และ Swap Memory ได้ดีขึ้น
  • ปิด Journaling ใน Ext4 ได้ แลกกับความเร็วที่จะเพิ่มขึ้นมานิดนึง (แต่เห็นบอกว่าเร็วกว่า Ext2 นะ)
  • Metadata checksums for OCFS2
  • Staging drivers ใหม่ๆ (หมายถึงยังอยู่ในขั้นทดลอง ไม่เสถียร)

และไดรเวอร์อื่นๆอีกมากมาย

ไปดูรายละเอียดได้ที่ http://news.softpedia.com/news/Linux-Kernel-2-6-29-Includes-the-Brtfs-Filesystem-107565.shtml

ดู changelog ได้ที่ http://kernelnewbies.org/Linux_2_6_29

และ Phoronix เจ้าเก่าก็ได้จับมา Benchmark ไว้ที่นี่ ประสิทธิภาพส่วนใหญ่ไม่ต่างจากเวอร์ชันเก่าๆมากนัก ยกเว้น OpenSSL performance กับ GraphicsMagick performance ที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ส่วนที่น่าแปลกใจคือ 7-Zip compression กลับแย่ลง

นอกจากนี้เรื่องของ SQLite ที่อืดอาดในสามเวอร์ชันที่ผ่านมา (2.6.26, 2.6.27, 2.6.28) ก็ได้รับการแก้ไขกลับมาดีดังเดิมแล้ว

สำหรับ Ubuntu 9.04 ที่กำลังจะออกเดือนหน้ายังคงใช้ 2.6.28 อยู่ หากอยากใช้โดยไม่อยากรอ 6 เดือนก็ต้องลงจาก PPA เอาเอง