แก้ปัญหา BenQ S42 Notebook ใช้ Touchpad ไม่ได้ใน Ubuntu 10.04

อันนี้เป็นวิธีแก้ปัญหา BenQ S42 Notebook ใช้ Touchpad ไม่ได้ใน Ubuntu โดยดัดแปลงจากวิธีใน Ubuntuforums.org เพราะของเก่ามันยังอิงกับ GRUB legacy แต่ Ubuntu ตั้งแต่ 9.10 เป็นต้นมาใช้ GRUB 2 เป็น default การตั้งค่าจึงไม่ตรงกัน

วิธีนี้สำหรับมือใหม่ และ ไม่มีเมาส์ให้ใช้เลย (บางคนมีเงินซื้อ Notebook ซื้อ iPhone ตั้งหลายหมื่น เม้าส์อันละร้อยกว่าบาทไม่ยอมซื้อ)

หลักการก็คือการปิด i8042 driver เจ้าปัญหาซะ ไม่ให้มันโหลดตอนที่บูตเครื่องขึ้นมา ขั้นตอนมีดังนี้

1. เรียก Terminal ขึ้นมา โดยการกดคีย์ลัด Ctrl + Alt + T หรือ Alt + F2 แล้วพิมพ์คำว่า gnome-terminal แล้วกด Enter

2. พิมพ์คำสั่งใน Terminal

sudo gedit /etc/default/grub

มันจะถาม password ให้กรอก password ของเราลงไป (มันจะไม่ขึ้นอะไร ไม่ต้องตกใจ พิมพ์ไปให้ครบ) กด Enter

3. ในหน้าต่าง gedit ให้ใช้ลูกศรเลื่อนมองหาบรรทัดที่มีข้อความ

GRUB_CMDLINE_LINUX_DEFAULT=”quiet splash”

แล้วเติมคำว่า “i8042.nomux=1 i8042.noloop=1” ต่อท้ายคำว่า splash (ไม่ต้องใส่เครื่องหมายคำพูด) เหมือนข้างล่าง

GRUB_CMDLINE_LINUX_DEFAULT=”quiet splash i8042.nomux=1 i8042.noloop=1”

4. save ไฟล์ด้วยการกดคีย์ลัด Ctrl + S และปิด gedit ด้วยคีย์ลัด Alt + F4 หรือ Ctrl + Q

5. กลับมาที่หน้าต่าง Terminal พิมพ์คำสั่ง

sudo update-grub2

เพื่อให้ GRUB มันอัพเดต boot parameter ที่เราตั้งค่าไว้

6. รีสตาร์ตเครื่องด้วยคำสั่ง

sudo shutdown -r now

เมื่อบูตขึ้นมาอีกครั้ง ก็น่าจะใช้ Touchpad ได้แล้ว

Ubuntu 10.04.1 ติดโรคเลื่อนออกไปเดือนหน้า

อีกครั้งที่ LTS (long-term support) Release ของ Ubuntu เจอปัญหาโรคเลื่อน แต่คราวนี้เป็นการเลื่อนของ Ubuntu 10.04.1 LTS ซึ่ง point release อันแรกของ Lucid จากกำหนดการเดิมที่จะออกในวันที่ 29 กรกฎาคมนี้ออกไปอีกประมาณสองสัปดาห์ คือ วันที่ 12 สิงหาคม (ตรงกับวันแม่ของประเทศไทยพอดี)

ข่าวดีที่น่าโล่งใจ คือ การเลื่อนนี้ไม่ได้กระทบกำหนดการของ Ubuntu 10.10 Maverick Meerkat ที่จะออกในวันที่ 10 ตุลาคม ปีนี้ (10/10/10) แต่อย่างใด

ที่มา Phoronix

วิดีโอรีวิว Ubuntu 10.04 และ Linux Mint 9

คลิปวิดีโอทั้งสองอันนี้เป็นรีวิวแนะนำ GNU/Linux distro ยอดนิยมสองตัว คือ Ubuntu 10.04 และ Linux Mint 9 ผมเห็นว่าทั้งสองตัวนี้ใกล้เคียงกันอย่างมาก เพราะ Linux Mint ก็คือร่างอวตารของ Ubuntu ที่ดัดแปลงให้ใช้ง่ายและสะดวกขึ้นสำหรับผู้ใช้ GNU/Linux มือใหม่นั่นเอง เลยขอยืมวิดีโอจากสองที่มารวมไว้ที่นี่เลย

อันแรกเป็นรีวิวของ Nixie Pixel จาก OMG! Ubuntu!

ส่วน Linux Mint 9 รีวิวโดย Jason Perlow แห่ง ZDNet

Linux Mint 9 Review from Off The Broiler on Vimeo.

ดูแล้วใครชอบอะไรก็เลือกได้ตามใจชอบ (ผมหมายถึง Ubuntu กับ Linux Mint นะ) เมื่อก่อน Linux Mint เคยดูสวยงามกว่า Ubuntu ในสายตาของผม แต่เรื่องตอนนี้ความสวยงามนี่ผมว่า Linux Mint ไล่ตาม Ubuntu ไม่ทันแล้ว (อันนี้ผมก็หมายถึง Ubuntu กับ Linux Mint นะ) ทั้งเรื่องของ icon และ theme ดูเหมือนว่า Linux Mint แทบจะไม่ได้ต่างจาก GNOME ต้นน้ำสักเท่าไรเลย สิ่งที่ยังคงโดดเด่นก็คือ Mint Menu ที่ดูยังไงก็มีระดับว่า Default GNOME Menu ที่ Ubuntu ใช้เยอะ ส่วนเรื่อง Multimedia support นี่ ถึงแม้ Linux Mint จะมีพร้อมมาให้เลย ขณะที่ Ubuntu มีให้ไม่ครบ (เนื่องจากปัญหาด้านกฏหมายสิทธิบัตร) ถ้าต่ออินเตอร์เน็ตได้ เรื่องนี้ก็คงไม่ใช่ปัญหาหลัก

สำหรับผม ถ้าให้ผมเลือก ผมก็คงเอนเอียงไปทาง Ubuntu เพราะมีชุมชนผู้ใช้ใหญ่กว่า มีการสนับสนุนจาก Canonical ที่(น่าจะ)แข็งแกร่งกว่า ส่วน Linux Mint นี่ผมคงเก็บเอาไว้ลอง ไม่ก็ใช้เป็นตัวแนะนำให้พวกมือใหม่ลองเล่น (อันนี้สาบานว่าไม่เกี่ยวกับวิดีโอรีวิวสองอันข้างต้น)

ประชันกันอีกรอบ: ทดสอบความเร็วในการบูต Ubuntu 10.04 vs Windows 7

เมื่อ 6 เดือนที่แล้ว เคยมีคนทดลองจับ Ubuntu 9.04, Ubuntu 9.10, Windows 7, Windows Vista มาแข่งความเร็วในการบูตเครื่อง ผลปรากฏว่า Ubuntu ชนะ Windows ไปอย่างนิ่มๆ

ผ่านไปครึ่งปี Ubuntu ออกเวอร์ชันใหม่ 10.04 ตามธรรมเนียมก็มีคนจับ Ubuntu มาย้ำแค้น Windows กันอีกรอบ ผู้ทำการทดลองที่ชื่อว่า sentv1d ได้โพสต์การทดลองของเขาไว้บน Youtube ตามวิดีโอข้างล่างนี้เลยครับ

ที่มา http://www.omgubuntu.co.uk/2010/05/boot-race-video-ubuntu-1004-vs-windows.html

สรุปผลความเร็วในการบูตระหว่าง Ubuntu 10.04 กับ Windows 7 ได้ผลดังนี้

Read more of this post

Sun Java ใน Ubuntu 10.04 ถูกย้ายไปอยู่ Partner repository แล้ว

ใน Ubuntu 10.04 LTS Lucid Lynx ที่เพิ่งออกเมื่อวันพฤหัส (ประมาณคืนวันศุกร์ตามเวลาประเทศไทย) sun-java ซึ่งเป็นตัว Runtime Environment ของโปรแกรมภาษา Java ที่พัฒนาจาก Sun (หรือจะเรียกว่า “อดีต Sun” ก็ได้) ได้ถูกย้ายออกจาก Multiverse repository ไปอยู่ที่ Partner repository แล้ว

โดยตัว JRE (Java Runtime Environment) ที่ Ubuntu เสนออยู่ใน Repository หลักนั้น คือ ตัว OpenJDK ซึ่งเป็น Java แบบ Open Source ไม่ใช้ Proprietary เหมือนกัน Java JDK ของ Sun (หรือของ Oracle)

แต่หากใครไม่ชอบ OpenJDK อยากจะใช้ Sun Java (ผมเองก็ไม่เคยใช้ OpenJDK นะ แต่ได้ยินเสียงลือว่ามันไม่ค่อยโดน) ก็ไม่ต้องตื่นตกใจไปประท้วงให้วุ่นวาย เพราะผู้ใช้สามารถลง Sun Java ได้เช่นเดิม แต่ต้องเพิ่ม Partner repository ก่อน ซึ่งทำได้โดยไม่กี่คำสั่งตามนี้

sudo add-apt-repository “deb http://archive.canonical.com/ lucid partner”

sudo apt-get update

sudo apt-get install sun-java6-jre sun-java6-plugin sun-java6-fonts

หรือถ้าไม่อยากจะวุ่นวายกับ Command-line นัก ก็เพิ่ม Partner repository ได้โดยไปที่ System > Administration > Software Sources แล้วก็ติ๊กถูกตรงหน้าช่อง Partner (รูปข้างล่างผมจับมาจาก Karmic นะครับ แต่คิดว่า Lucid ก็คงไม่ต่างกันมาก)

ที่มา

Read more of this post