เบื้องหลังโฉมใหม่ของ Ubuntu คือ Mac

จากโพสต์ที่แล้ว: Ubuntu โฉมใหม่ “เทา” มากขึ้น “น้ำตาล” น้อยลง ผมเคยคิดในใจเล่นๆ ว่า “มันช่าง Mac จริงเลย” คือ หน้าตาใหม่ โลโก้ใหม่ ฟ้อนต์ใหม่ มันดูไปในทาง Mac OS X ของ Apple มากๆ วันนี้มีข่าววงในแฉออกมาแล้วว่า “Ubuntu โฉมใหม่ที่เราเห็นๆ กันไม่นานมานี้ถูกออกแบบโดยใช้เครื่อง Mac”

ข่าวนี้ได้มาจาก Dave Walker ซึ่งเป็น Ubuntu Community Leader ได้รับเชิญให้เข้าไปเยี่ยมชมสำนักงานของ Canonical ที่กรุงลอนดอนเพื่อดูการทำงานและแสดงความเห็นเกี่ยวกับโฉมใหม่ของ Ubuntu หลังจากนั้น Dave Walker ได้เขียนบทวิเคราะห์วิจารณ์ลงที่ Linuxuser.co.uk

ในบทความนั้นมีอยู่ย่อหน้าหนึ่งซึ่งน่าสนใจมาก (ส่วนอื่นๆ ก็น่าสนใจนะครับ) ย่อหน้านั้นเขียนไว้ดังนี้

Interestingly, it would seem that many of the artists that created this new design were using Apple Macs and proprietary software as their developing platform.

โห! ซาบซึ้งกันเลยทีเดียว

เจอข่าวนี้เข้าไป ผมหายสงสัยทันทีว่าทำไมมันถึงได้อารมณ์ Mac นัก จะว่าไปผมก็รู้สึกเหมือนกันนะ เวลาทำงานบน Mac OS X งานจะออกมาสวยขึ้นจริงๆ เหมือนว่าความคิดสร้างสรรค์จากตัว OS สื่อมาถึงอารมณ์ผู้ใช้… ประมาณนั้น ดังนั้นหากทีมออกแบบจะเลือกใช้ Mac ในการทำงานก็น่าจะเป็นเรื่องที่น่าจะพอเข้าใจได้ อีกอย่างเครื่องมือเกี่ยวกับงาน Graphics บน GNU/Linux ก็ยังอยู่ในขั้นที่ต้องพัฒนากันอีกไกล พวกนักออกแบบมืออาชีพอาจจะยังไม่ถนัดนักที่จะเปลี่ยนมาใช้ FOSS (Free / Open Source Software) ในการทำงาน

ในฐานะแฟน FOSS ผมก็ไม่ได้น้อยใจอะไรมากหรอก (ไม่น้อยใจจริงๆ นะ ไม่เลย) แต่หวังลึกๆ ว่าครั้งหน้าถ้า Ubuntu จะปรับโฉมอีก เครื่องมือที่ใช้ในการออกแบบคงจะเป็น FOSS หมด เพราะถึงวันนั้น FOSS คงพร้อมเต็มที่สำหรับงานทุกอย่างๆ ที่ Proprietary Software ทำได้แล้ว

ที่มา http://jordanopensource.org/freeplanet/article/new-ubuntu-design-created-apple-mac

เงินรางวัล Hack แมค = 43 cents ต่อเครื่อง

ไม่ใช่เงินรางวัลจากรายการแข่งขันที่ไหนหรอกครับ แต่เป็นค่าจ้างที่ตั้งไว้โดยเหล่า Spammers ที่ต้องการส่งโฆษณาเข้าไปบนเครื่องแมค (แน่นอนว่าเป็นการ ส่งแบบไม่ได้รับอนุญาต คล้ายๆ กับโฆษณาแอนตี้ไวรัสปลอมบน Windows นั่นแหละ)

เรื่องนี้เป็นความจริงที่ถูกเปิดเผยในงาน Virus Bulletin 2009 ที่เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดย Dmitry Samosseiko นักวิจัยจาก Sophos ผู้ได้สืบเรื่องราวของกลุ่มแฮ็กเกอร์รัสเซียที่ใช้ชื่อว่า “Partnerka”

Partnerka เป็นองค์กรแฮกเกอร์ที่ทำเงินจากการส่ง spam, malware, scareware (พวกแอนตี้ไวรัสปลอมที่ชอบขู่ว่าเครื่องเรามีไวรัส) เข้าเครื่อง Windows แต่เร็วๆนี้พบว่ากลุ่มนี้ได้เริ่มหันมาสนใจแพลตฟอร์ม Macintosh แล้ว และยังประกาศตั้งค่าจ้างให้พวก hackers ที่เจาะเข้าไปวาง malware บนเครื่องแมคไว้ด้วย ราคาค่าจ้างที่ว่าก็คือ 43 cents ต่อแมค 1 เครื่อง (เทียบเป็นเงินไทยประมาณ 14 บาท ตามอัตราแลกเปลี่ยน ณ ปัจจุบัน)

นี่ก็แสดงให้เห็นว่าแรงจูงใจในการแฮกเครื่องแมคนั้นมีมากพอแล้ว ตามส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มขึ้น ผมเองก็เดาไม่ออกว่า คราวนี้ Apple จะอับอายหน้าแตกจากคำโม้เรื่องความปลอดภัย หรือว่าจะดีใจที่ในที่สุดแฮกเกอร์ก็หันมาสนใจเครื่องแมคจริงจังสักที

ไม่แน่นะ อาจจะมีออกโฆษณาชุดใหม่ก็ได้ เช่นเป็นต้นว่า “[Viruses] Get a Mac”

ที่มาข่าวจาก http://www.computerworld.com/s/article/9138517/Hackers_pay_43_cents_per_hijacked_Mac

หรือ อ่านงานวิจัยฉบับเต็มของ Dmitry Samosseiko http://www.sophos.com/sophos/docs/eng/marketing_material/samosseiko-vb2009-paper.pdf

Safari 4.0

ปกติผมไม่เคยแตะ Safari เลย แม้จะมีติดเครื่องอยู่ แต่หลังจาก Apple เปิดตัว Safari 4.0 ก็ได้ยินแต่คำชม

วันนี้จึงลองเปิด MacBook เล่น Safari ดู จึงได้รู้ว่า ของเขาดีจริงๆ

เนื่องจากผมไม่ได้จับเวลา แต่เท่าที่ลองเปิดเว็บ รวมไปถึงตัวพ่อที่ดูดเครื่องแรงๆอย่าง Google Maps เทียบกับ Firefox 3.0.11 ดู ความเร็วบน Safari นั้นน่าประทับใจมาก

ตอนนี้ผมขอเวลาทำความรู้จักกับ Web browser ตัวนี้ให้ดีกว่านี้สักหน่อย เพราะว่าปกติใช้แต่ Firefox มาเจอ Safari เล่นเอางงเลย หน้าต่าง Preferences ของโปรแกรมจาก Apple นี่ทำผมปวดหัวได้ตลอด ไม่ใช่ว่ามันยุ่งเยอะแยะนะ แต่ว่ามันน้อยจนไม่รู้จะปรับอะไรตรงไหนเลยต่างหาก

เตือนภัยมัลแวร์บน Mac

แม้ว่า Mac จะไม่ติดไวรัสจากพีซี (จำไว้ให้ดีนะครับ “ไม่ติดไวรัสจากพีซี” ไม่ใช่ไม่มีไวรัส แบบที่สาวกชอบโม้กัน) Malware บน Mac เองก็มีเหมือนกันเพียงแต่น้อยกว่า และด้วยความย่ามใจของผู้ใช้แบบนี้แหละ เลยกลายมาเป็นช่องโหว่รูเบ้อเริ่ม ลองดูจากวิดีโอดูเอาเอง

โทรจันที่คนสาธิต Graham Cluley จาก Sophos จับได้นี้มีชื่อเป็นทางการว่า OSX/RSPlug-F หนึ่งในสายพันธุ์ RSPlug ซึ่งจะเข้าไปแก้ DNS settings บนเครื่องให้ชี้ไปยัง Malicious websites อื่นๆ

ในวิดีโอ เมื่อผู้ใช้หลงเข้าไปเว็บไซต์ ก็จะถูกหลอกให้ดาวน์โหลดโปรแกรม HDTV/DTV Player ที่มีชื่อว่า MacCinema ต้องชมว่าคนทำมันตั้งใจมาก ชื่อก็ตั้งซะดูอินโนเซนท์ได้ใจจริง

ที่มา http://www.sophos.com/blogs/gc/g/2009/03/25/apple-mac-malware-caught-camera/

แม้ว่าผู้ใช้แมคจะต้องกรอกรหัสทุกครั้งก่อนลงโปรแกรม แต่จะมีสักกี่คนที่คิดสักนิดก่อนจะทำอะไรลงไป ไม่ต้องคิดต่อว่าใครจะมี Antivirus บนเครื่องบ้าง ถ้าดูจากวิดีโอ คนทำเล่นสร้างเว็บซะเนียนขนาดนั้น มีเบอร์ติดต่อให้ด้วย! (ผมเอาหัวพนันเลยว่าโทรไปก็ไม่เจอมันหรอก) เป็นผมก็เชื่อ

ผมว่าผู้ใช้แมคควรจะเลิกอยู่ในโลกแห่งความฝันได้แล้ว เครื่องใครยังไม่มี Antivirus ก็หามาลงซะเถอะ

ป.ล. แต่จนบัดนี้ MacBook ของผมก็ยังไม่มี Antivirus เลยอะ แถมถูกน้องยึดไปใช้อีก 😦

Obama ก็ใช้ Mac

นอกจากจะเป็นแฟน BlackBerry แล้ว โอบามาก็ยังเป็นสาวกแมคอินทอชด้วย

หมายเหตุ ความจริงรูปนี้เคยเห็นมานานแล้วที่ freemac.net วันนี้ไม่รู้จะเขียนอะไร ขอเขียนให้ Obama แล้วกัน