จบลงด้วยดี… สิ้นสุดสงคราม GNOME Census

จากประเด็นร้อนเกี่ยวกับการ contribution เข้า GNOME Project ของ Canonical จนกลายเป็นสงครามน้ำลายไปทั่วพิภพอินเตอร์เน็ต (เว่อร์ไปหน่อย..แต่ก็เกือบทุกเว็บข่าว Open Source เล่นข่าวนี้หมด) ไม่น่าเชื่อว่าบทจะจบก็จับมือกันลงเอยด้วยดีง่ายๆ ซะงั้น

คนที่จบเรื่องนี้ก็คือคนเดียวกับที่จุดไฟขึ้นมา Greg Dekoenisberg ได้ยอมรับในบทความ “Old Wounds” ที่โพสต์ลงในบล็อกของตนเองว่า “เขาทำพลาดไปเพราะอารมณ์โกรธชั่ววูบ” และไม่คาดคิดว่าบทความของเขาจะกลายเป็นไฟที่ลามทุ่งออกไปขนาดนี้ สุดท้ายก็ขอโทษทุกคนๆ โดยเฉพาะ Mark Shuttleworth ผู้ก่อตั้งและอดีต CEO ของ Canonical

….

It’s easy to shoot your mouth off in the heat of anger, and it can be hard to apologize for it.  But when you finally realize, unequivocally, that you’ve done the wrong thing, then apologizing is the right thing to do, no matter how hard it is.  I’ve said and done a lot of stupid things in my life, and the only way to live with those stupid things, I’ve discovered, is to own them.

….

So Mark, I’m sorry, and I hope that you and yours can forgive me.  After three years, it’s time for me to let that bad day go.  Life’s too short to hold on to grudges that I probably shouldn’t have developed in the first place.

หลังจาก Greg Dekoenisberg กล่าวคำขอโทษอย่างจริงใจ Mark Shuttleworth ก็แสดงสปิริตตอบรับน้ำใจนั้นทันที โดยเขียนบทความตอบ “Healing Old Wounds” ไว้ที่บล็อกส่วนตัวเช่นกัน และย้ำว่า Canonical ไม่เคยคิดจะเอาเปรียบขี่หลังใครทั้งนั้นโดยเฉพาะ Red Hat ถ้าไม่มีสิ่งที่ Red Hat บุกเบิกเอาไว้ Ubuntu ก็คงไม่อาจประสบความสำเร็จได้

….

Canonical’s mission is to expand the options, to find out if it’s possible to have a sustainable platform without that dividing line. We know that our quest would not be possible without your pioneering, but we don’t feel that’s riding on anybody’s coat-tails. We feel we have to break new ground, do new things, add new ingredients, and all of that is a substantial contribution in turn. But we don’t do it because we think Red Hat is “wrong”, and we don’t expect it to take anything away from Red Hat at all. We do it to add to the options, not to replace them.

We should start every discussion in free software with a mutual reminder of the fact that we have far more in common than we have differences, that individual successes enrich all of us far more in our open commons-based economy than they would in a traditional proprietary one, that it’s better for us to find a way to encourage others to continue to participate even if they aren’t necessarily chasing exactly the same bugs that we are, than to chastise them for thinking differently.

On that note, let’s shake hands.

แม้ว่าเรื่องนี้จะดูแย่ในตอนแรก แต่สุดท้ายก็จบลงด้วยดี (ผมหวังน่าจะจบแล้วนะ เพราะคู่กรณีโดยตรงจับมือคืนดีกันแล้ว) เพียงแค่คำขอโทษคำเดียวเท่านั้นเอง สันติภาพก็กลับคืนสู่โลกอีกครั้ง

Read more of this post

Advertisements

Mark Shuttleworth ออกมาขอโทษกรณีข้อกล่าวหาดูถูกผู้หญิงแล้ว

จากข่าวเก่าเมื่อปีที่แล้วเมื่อ Mark Shuttleworth ไปพูดจาไม่เข้าหูพวกสิทธิสตรีเข้า ผ่านมาหนึ่งปีดูเหมือนว่าหลังจากกระแสซาลงไปพอสมควร Mark Shuttleworth มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งและอดีต CEO ของ Canonical ก็ได้ออกมายอมรับผิดพร้อมกับขอโทษผ่านบล็อกส่วนตัวของเขาแล้ว (แม้ว่าจะไม่ใช่เป็นการโพสต์คำขอโทษแบบเฉพาะเจาะจง เป็นแค่ประโยคในส่วนของ comments บทความก็ตาม แต่ก็ถือว่าเป็นการขอโทษอยู่ดี)

I apologize unreservedly to all offended by my poor choice of language on that or other occasions.

ถ้าจำกันไม่ได้ (ที่จริงผมก็จำไม่ได้) ประโยคที่ Mark Shuttleworth พูดแล้วถูกหาว่าดูถูกผู้หญิงนั้น คือคำพูดในงาน LinuxCon ปี 2009 ที่บอกว่า งานที่พวกเราทำใน Linux นั้น มัน “hard to explain to girls

ถือว่าเรื่องนี้ก็คงจบลงด้วยดี มั้ง? แต่ผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่าที่ออกมาขอโทษเรื่องเก่าค้างปีเอาตอนนี้ เพราะว่าอยากจะตัดปัญหาเดิม เอาเวลาไปทุ่มเทกับการเปิดฉากสร้างสงครามน้ำลายอันใหม่หรือเปล่า?

ที่มา http://www.omgubuntu.co.uk/2010/08/mark-shuttleworth-apologises-for.html

Mark ประกาศกร้าว “ที่นี่ไม่ใช่ประชาธิปไตย” ยันทำตามความคิดตัวเอง

หลังจากประกาศ ลอก Mac OS X เปลี่ยนโฉม Ubuntu อย่างเป็นทางการ เสียงบ่นเสียงด่าก็ตามมาอย่างไม่หยุดยั้ง ประเด็นที่โดนโจมตีหนักที่สุดก็คงไม่พ้นเรื่องที่ปุ่ม Minimize, Maximize, Close ย้ายไปอยู่ด้านซ้ายของกรอบหน้าต่าง (นั่นสิ ย้ายไปทำไม?) จนถึงกับมีการแจ้งเป็น Bug ใน Launchpad กันเลยทีเดียว (Bug #532633) ข้ออ้างหลักของฝ่ายโต้แย้ง ก็คือ เรื่องของ Space ด้านขวาที่มันดูโล่งซะจนน่าใจหาย และ เรื่องศักดิ์ศรีความเป็น original ของ Ubuntu design

Mark จะย้าย ใครจะทำไม?

Bug #532633 นี้ร้อนแรงมากจน Mark Shuttleworth องค์ลงมาตอบด้วยตนเอง ในการตอบครั้งแรก (Comment #110) Mark ก็ชี้เหตุผลว่าการย้ายปุ่มทั้งสามอันไปด้านซ้ายนี้เป็นการสร้างความเคยชินกับผู้ใช้เอาไว้ก่อน เพราะ Ubuntu Design Team ตั้งใจว่าจะใช้พื้นที่ที่เปิดว่างไว้ทางด้านขวานั้นทดลองอะไรสักอย่างที่ “innovative” ใน Lucid+1 (ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่า Mark Shuttleworth วางแผนจะทำอะไร)

Moving everything to the left opens up the space on the right nicely, and I would like to experiment in 10.10 with some innovative options there. It’s much easier to do that if we make this change now.

หลายคนก็พอใจกับคำตอบนี้ แต่หลายคนก็ยังไม่สิ้นความข้องใจ Bug #532633 ก็ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงกันต่อไป เมื่อวานซืนไม่รู้ว่า Mark Shuttleworth สวมวิญญาณผีดราม่ามาจากไหน เข้ามาเขียนอีกความเห็น (Comment #167) โต้ พวกที่เรียกร้องให้ Ubuntu ตัดสินใจย้ายปุ่มทั้งสามกลับด้านขวาตามเสียงส่วนใหญ่ของ Community ว่า

This is a difference between Ubuntu and several other community distributions. It may feel less democratic, but it’s more meritocratic, and most importantly it means (a) we should have the best people making any given decision, and (b) it’s worth investing your time to become the best person to make certain decisions, because you should have that
competence recognised and rewarded with the freedom to make hard decisions and not get second-guessed all the time.

….

No. This is not a democracy. Good feedback, good data, are welcome. But we are not voting on design decisions.

ผมขอแปลเป็นไทยง่ายๆ ว่า

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของประชาธิปไตย เรายินดีรับฟังทุกความคิดเห็นและข้อมูล แต่จะไม่มีการโหวตในกรณีนี้

เจอแบบนี้เข้าฝ่ายคัดค้านก็อึ้งกิมกี่ไปชั่วขณะ พอตั้งตัวได้ก็หันมาเล่นประเด็นนี้กันยกใหญ่ จนตอนนี้เลิกสนใจเรื่อง Usability กับ Originality ไปแล้ว ตั้งธงเรียกร้องประชาธิปไตยกันแทน ฝ่ายองครักษ์ปกป้อง Mark ก็เข้ามาเชียร์ต่ออย่างไม่หยุดยั้ง ล่าสุดความร้อนแรงก็ลามไปถึงโพสต์ใน Webupd8.org ที่เอาเรื่องนี้ไปลงด้วย (ที่ Webud8 ดูเหมือนว่าฝ่ายเชียร์ Mark จะมากกว่า)

ขณะนี้ยังไม่มีการเดินขบวนจากฝ่ายคัดค้าน แต่ต่อไปไม่แน่ 😛 ผมจะรอดูว่าบ้าน Mark Shuttleworth จะโดนสาดเลือด & ปาขี้หรือไม่ (เห็นว่าเพิ่งย้ายบ้านใหม่ด้วย)

ป.ล. โพสต์นี้มีใครโดนดักบ้างเอ่ย? จะด่าจะชมก็เชิญได้เลยที่ Comment ด้านล่างนะครับ เพราะที่นี่ประชาธิปไตย

Mark งานเข้า! โดนพวก Feminists เล่นซะแล้ว

โถ! น่าสงสารคนดัง พูดอะไรนิดอะไรหน่อยก็ถูกจับ ตัดต่อคลิป เอ๊ย! ไม่ใช่ เอามาประเด็นร้อน

คราวเคราะห์เนื่องด้วยโอษฐภัยของ Mark Shuttleworth ครั้งนี้ (เน้นอีกที MARK SHUTTLEWORTH นะ) มาจากคำปราศรัยของเขาในงาน LinuxCon 2009 ที่เดียวกับที่เขาประกาศชื่อ Ubuntu 10.04นั่นแหละ แต่เป็นคนละส่วนกัน

เรื่องทั้งหมดมาจากประโยคของ Mark Shuttleworth ที่พูดประมาณว่า งานที่พวกเราทำใน Linux นั้น มัน “hard to explain to girls ชึ่งถูก Kirrily Robert เจ้าของบล็อก Geek Feminism และ Geek Femisism wiki จับใจความได้ว่า สิ่ง Mark Shuttleworth ต้องการจะสื่ออาจจะเป็นการตั้งใจดูถูกความสามารถของผู้หญิงในวงการ FOSS

Kirrily Robert จึงเขียนจดหมายเปิดผนึกลงในบล็อก (ในจดหมายนี้ เธอสารภาพว่าเธอไม่ได้ยินประโยคนี้โดยตรง แต่ว่าเธอรู้มาจาก “multiple sources” ซึ่งผมเองก็ไม่อาจจะทราบได้ว่ามาจากแหล่งไหนบ้าง) โดยเธอยืนกรานชัดเจนในตอนท้ายของจดหมายให้ Mark Shuttleworth ออกมาชี้แจงและขอโทษอย่างเป็นทางการ

‘……

I’d like to invite you to think about the message you’re sending to women in the Linux community, and, if you didn’t mean to convey the message that we’re technical illiterates and hard to educate, consider apologising publicly.

Yours,

Kirrily Robert

เรื่องนี้มีทั้งคนเชียร์ทั้งสองฝ่ายและดูท่าจะหนักพอควร เพราะประเด็นเรื่องความเท่าเทียมทางเพศในแวดวง FOSS เป็นประเด็นที่ถูกจุดขึ้นอย่างดุเดือดเมื่อไม่นานมานี้ ตั้งแต่กรณีของ Debian มาจนถึงเรื่องของ Richard Stallman แถมคราวนี้คนพูดเป็น Mark Shuttleworth ซึ่งทั้งมีสาวก Ubuntu ที่คอยเชียร์และพวก anti-Ubuntu ที่คอยด่าอยู่เต็มบ้านเต็มเมือง บวกกับแรงของ Feminists กับ Anti-feminists เข้าไปเสริมทัพให้อีกทั้งสองฝ่าย หรือพูดอีกทาง ก็ไม่รู้ว่าฝ่ายไหนเสริมฝ่ายไหนกันแน่? ข่าวนี้คงน่าจะเป็นเรื่องให้เม้าธ์กันอยู่อีกพักใหญ่ในสังคม FOSS กันทีเดียว

ล่าสุด Tuxmachines.org ก็ประกาศจะแบนข่าว Ubuntu เพราะเรื่องนี้แล้ว ถึงกับมีการทำโพลล์สำรวจกันเลยทีเดียว

คนที่อยากอ่านบทวิเคราะห์เรื่องนี้ให้ลองไปที่โพสต์ iTWire อันนี้ หรือ search ใน Google ดูจากที่อื่นก็ได้ (ในโพสต์ iTWire ที่ผมอ่านค่อนข้างจะเอนเอียงไปทาง anti-feminism หน่อยๆนะ)

ตอนนี้ทุกคนคงเริ่มจับตามองแล้วแหละว่า Mark Shuttleworth จะมีท่าทีอย่างไรต่อไป จะออกมาขอโทษหรือปล่อยเรื่องนี้ให้คาใจกันต่อไป? เดาใจ Mark คนนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับ บางทีก็ดูสุภาพๆ แต่บทจะแรงก็แรงได้ใจเหมือนกัน

คลิปวิดีโอลิงค์ “มหาเศรษฐี” พูดในงานวันที่ 19 กันยาที่เพิ่งผ่านไป

ฮั่นแน่! มีใครเห็นหัวข้อแล้วหลงเข้ามาเพราะคิดว่าเป็นโพสต์การเมืองหรือเปล่า? ไม่ใช่นะครับ พี่น้อง ไม่ใช่

จริงๆแล้วมหาเศรษฐีในคลิปข้างบนเป็นคุณ Mark Shuttleworth มหาเศรษฐีชาวแอฟริกาใต้ ผู้ให้กำเนิด Ubuntu คลิปนี้เป็น video message จากงาน UbuCon Atlanta 2009 ซึ่งจัดในวันที่ 19 กันยายน (ตรงกับงานมหกรรมบันเทิงสองสีบ้านเราพอดีเลย)

ในคลิปนี้นี่เองครับ ที่คุณ Mark Shuttleworth ได้ประกาศชื่อให้กับ Ubuntu 10.04 “Lucid Lynx” [ดูข่าวก่อนหน้า] พร้อมทั้งให้เหตุผลที่เลือกใช้ชื่อ Lucid Lynx ด้วย

To be “Lucid” means to be very clear, very focus on the important points, to be able to communicate very clearly what’s the important things to do in the common sustain manner. Those are exactly the sorts of characteristics that we want from an LTS release.

The Lynx is a predator. But it’s a very thoughtful and considered predator. it focuses on finding the right top opportunity at the right time.

It is also well-known as a global brand of deodorant which means that this year’s Ubuntu Developer Summit is going to be the sweetest smelling Ubuntu Developer Summit ever, despite the fact that it’s happening in Dallas.

สงสัยอาจจะเป็นอย่างที่คุณ bbx แสดงความเห็นเอาไว้ Lynx ตัวนี้อาจจะมาในฐานะนักล่าที่คอยจังหวะขม้ำ Snow Leopard และ Windows 7 ก็ได้ (ถ้ามันไม่ถูกขย้ำซะเองก่อนนะ)

ส่วนประโยคที่ Mark Shuttleworth บอกว่า “Lynx เป็นสัตว์ที่รู้จักกันดีว่าใช้ในการทำน้ำหอม ดังนั้น Ubuntu Developer Summit ปีนี้น่าจะเป็น Ubuntu Dev Summit ที่มีกลิ่นหอมหวานที่สุด แม้ว่าจะจัดใน Dallas ก็ตาม” นั้น ผมไม่ค่อยเก็ทมุขเท่าไรอะ สงสัยจะเป็นมุขฝรั่ง ใครเข้าใจบอกต่อกันด้วยนะครับ

Highlight ของคลิปวิดีโอลิงค์นี้ยังหาอ่านได้ต่อที่ http://www.zdnet.com.au/news/software/soa/Ubuntu-chases-the-Lynx-factor/