Unity 2D สำหรับ Ubuntu 10.10 มาแล้ว

แม้ว่าจะไม่มีการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากทีม Unity 2D ของ Ubuntu แต่ว่าก็ยังมี Adi Roban ที่ช่วยสงเคราะห์คนที่ยังไม่อยากอัพเกรดจาก Ubuntu 10.10 Maverick Meerkat แต่อยากลอง Unity โดย PPA ของเขาอยู่ที่

https://launchpad.net/~adiroiban/+archive/unity-2d-maverick 

ปัญหาที่มีอยู่ตอนนี้ คือ ยังขาด Global menu (หรือ App Menu) ทำให้หน้าตาของ Unity 2D ฉบับ Ubuntu 10.10 อาจจะแตกต่างจาก Unity 2D ตัวจริงไปบ้าง แต่ Adi Roiban ยืนยันว่าเร็วกว่า Unity ที่อยู่ใน repository ของ Maverick อยู่ดี (ถ้าผมเดาไม่ผิด Unity ใน Maverick น่าจะยังใช้ Mutter อยู่ ไม่ได้ย้ายมาใช้ Compiz)

ที่มา http://www.omgubuntu.co.uk/2011/05/unity-2d-ppa-for-ubuntu-10-10-users/

Advertisements

รีวิว Ubuntu 10.10 Maverick Meerkat ตอนที่ 2

ต่อจาก รีวิว Ubuntu 10.10 Maverick Meerkat ตอนที่ 1

ในตอนที่ 2 นี้ผมจะมาพูดถึงในเรื่องของการใช้งานโดยทั่วๆ ไป บางโปรแกรมที่มีอะไรใหม่ๆ น่าสนใจผมก็อาจจะพูดละเอียดสักนิด โปรแกรมไหนเหมือนเดิมก็คงจะข้ามๆ ไปบ้าง

การใช้งาน

ต้องบอกไว้เลยว่า Ubuntu 10.10 Maverick ตัวนี้มีอะไรใหม่ๆ ไม่มากเมื่อเทียบกับตอนที่รุ่นพี่อย่าง Ubuntu 10.04 Lucid Lynx ออกมาตอนแรก ซึ่งเป็นเรื่องปกติของรุ่นที่ออกปลายปี (รุ่นที่ออกต้นปีส่วนใหญ่จะมีอะไรใหม่ๆ เยอะกว่า) และบางเรื่องผมก็เคยเขียนถึงไปแล้ว เช่น รายการ Software Sources หายไปแล้วจากเมนู System > Administration ฯลฯ ลองค้นดูได้จากแท็ก Maverick อีกทั้ง GNOME 2.32 ก็ไม่มีอะไรยัดเข้ามามาก ส่วนใหญ่จะเป็นการปรับเพิ่มประสิทธิภาพของเดิม เพราะตอนนี้ขุมกำลังของ GNOME มุ่งไปที่การออก GNOME 3 กันให้ทันต้นปีหน้าเป็นหลัก

Read more of this post

รีวิว Ubuntu 10.10 Maverick Meerkat ตอนที่ 1

เมื่อวานเป็นฤกษ์งามยามดี 10/10/10 (10 ตุลาคม 2010) ซึ่ง Canonical กำหนดให้เป็นวันเปิดตัว Ubuntu 10.10 Maverick Meerkat อย่างเป็นทางการ ถ้าตามเวลาบ้านเรา Ubuntu 10.10 ตัวเต็มเปิดให้ดาวน์โหลดได้ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำของเมื่อวาน

ทันทีที่ผมทราบว่า Maverick ออกแล้ว ผมก็รีบดาวน์โหลด ISO มาเลย ตอนแรกผมกะว่าจะติดตั้งแบบ Clean Install เลยรวดเดียวจบ แต่คิดดูอีกที ผมลองดูอัพเกรดผ่าน Update Manager แบบ dist-upgrade สักรอบดีกว่า เผื่อว่ามีคนสนใจอยากรู้ว่ารอบนี้ dist-upgrade ทำอะไรเจ๊งบ้าง

นี่เป็นครั้งแรกที่ผมมีประสบการณ์ dist-upgrade แบบนี้ ผลที่ได้ก็ออกมาดีครับ ทุกอย่างทำงานได้อย่างปกติ โปรแกรมที่ลงไว้ทำงานได้ ไม่มีอะไรเสียหาย ข้อมูลอยู่ครบ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้ก็คือ dist-upgrade แบบนี้ใช้เวลาติดตั้งนานมาก แค่การติดตั้งอย่างเดียวใช้เวลาไปเกือบ 1 ชั่วโมง ไม่รวมเวลาที่ใช้ในการดาวน์โหลด packages ข้อได้เปรียบเหนือ Clean Install ก็คือไม่ต้องมานั่งไล่ลงโปรแกรมเพิ่มทีละตัว

อย่างไรก็ดี หลังจาก dist-upgrade ผ่านไปรอบหนึ่งแล้ว ผมคิดว่ายังไม่น่าจะจุใจ เลยจับลงแบบ Clean Install ต่ออีกรอบ เพื่อที่จะได้ดูสิ่งที่เปลี่ยนแปลงในขั้นตอนการติดตั้งด้วย (เห็นความทุ่มเทของผมกันบ้างมั้ย?)

Read more of this post

Ubuntu 10.10 จะเพิ่มลายเซ็น “Sent from Ubuntu” ไว้ใน Evolution สุดท้ายต้องเอาออก

นับเป็นแผนการโฆษณาตัวเองอีกขั้นของ Ubuntu เมื่อ Ubuntu ตัดสินใจที่จะยัดลายเซ็น “Sent from Ubuntu” เข้าไว้ในโปรแกรมจัดการอีเมล Evolution ดังนั้นอีเมลทุกฉบับที่ส่งโดย Evolution ก็จะติดลายเซ็นนี้ไปโดยปริยาย (คุ้นๆ เหมือน “Sent using BlackBerry” หรือ “Sent from my iPhone” เลยเนอะ) ยกเว้นว่าจะตั้งค่าลายเซ็นใน Evolution เป็นอย่างอื่น

ภาพจาก WebUpd8

แม้จะเป็นการ ยัดเยียด เพิ่มฟีเจอร์(?)ที่ดูเล็กน้อยมากๆ แต่ก็สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ได้พอสมควรทั้งใน Launchpad เอง และตามเว็บข่าวต่างๆ เว็บ OMG!Ubuntu! ถึงกับตั้งโพลสำรวจเลยว่า “ควรจะมีลายเซ็น Sent from Ubuntu ดีหรือไม่” (คะแนนปัจจุบัน ฝ่ายที่ไม่เอาทิ้งห่าง อยู่ที่ 76% ต่อ 24% และผมคาดว่าผลสุดท้ายเสียงส่วนใหญ่ก็จะบอกว่าไม่เอา)

ความเห็นส่วนตัวของผมเกี่ยวกับเรื่องนี้คือเป็นกลางครับ เพราะยังไงผมก็ไม่เคยใช้ Evolution อยู่แล้ว (ผมเก็บ Evolution เอาไว้ด้วยเหตุผลเดียว คือ เอาไว้ sync Google Calendar กับ Calendar ตรง GNOME panel) เพียงแต่ผมสงสัยอยู่หน่อยตรงที่ว่ามันจะช่วยโปรโมต Ubuntu ได้จริงๆ เหรอ? แถวนี้มีใครอยากซื้อ iPhone หรือ BlackBerry เพราะว่าได้รับอีเมลที่มีลายเซ็น “Sent using BlackBerry” หรือ “Sent from my iPhone” บ้าง

ที่มา

Update ล่าสุด คือ Ubuntu ตัดสินใจเอาลายเซ็น “Sent from Ubuntu” ออกแล้วครับ โดนกระแสตอบรับ ด่า มากเกิน ดีนะเนี่ยที่กลับตัวกลับใจได้เร็ว ไม่งั้นอาจจะโดนถล่มมากกว่านี้อีก

Ubuntu One Roadmap ของ Ubuntu 10.10 จะมี Windows Support

Ubuntu One เป็นบริการ Cloud Storage ของ Canonical บริษัทที่เป็นท่อน้ำเลี้ยงของ Ubuntu สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับคำว่า Cloud Storage ก็ให้นึกถึง Dropbox ดูเป็นตัวอย่าง คล้ายกับเราอัพโหลดไฟล์ไปฝากไว้บนอินเตอร์เน็ต ไว้แชร์ไฟล์เครื่องที่ใช้งานร่วมกันหลายๆ เครื่องได้

ใน Ubuntu ตั้งแต่ 9.10 เป็นต้นมา จะมี Ubuntu One Client ติดตั้งมาเป็น default ไว้เลย แม้ว่าจะโดนด่ามาเรื่อย หาเรื่องขายของบ้างหละ sync ช้าบ้างหละ ไม่ยอม open source บ้างหละ แต่ Ubuntu One ก็ได้รับการพัฒนา, ปรับปรุง, เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ มาโดยตลอด และใน Ubuntu 10.10 Maverick Meerkat ที่จะออกในเวลาอีกไม่ถึงเดือนข้างหน้านี้ Ubuntu One ก็มีแผนว่าจะมีฟีเจอร์ใหม่ๆ เพิ่มเข้ามามากมาย ได้แก่

  • Mobile music streaming กับอุปกรณ์พวก Android และ iPhone ทำให้สามารถเล่นเพลงที่เก็บไว้ใน Ubuntu One ผ่านอุปกรณ์เหล่านี้ได้โดยตรง เทคโนโลยีที่คาดว่าจะใช้คือ เทคโนโลยี Streaming ของ Subsonic
  • Windows Support หลังจากที่โดนบ่นมานาน เพราะไม่มี support OS อื่นๆ ก็ไม่รู้ว่าจะมีแชร์ไปทำมะเขืออะไร
  • ทำ Mobile contact sync ให้ดีขึ้น
  • เพิ่มความเร็วให้ในการ sync ให้ดีขึ้น
  • จัดการระบบให้ subscribe และ log in ให้ง่ายและสะดวกสำหรับผู้ใช้มากขึ้น (บอกว่าจะง่ายขึ้นมาตั้งหลายครั้งแล้ว)
  • ปรับแต่ง web interface ให้ใช้งานง่ายขึ้น (web interface ของ Ubuntu One ยังตามหลัง Dropbox และเจ้าอื่นๆ อยู่มาก)
  • ปรับปรุง customer support ให้ดียิ่งขึ้น

ที่มา Ubuntu wiki via WorkswithU