Phoronix พิสูจน์อีกรอบ Sandy Bridge ใช้งานใน Linux ได้แล้ว

หลังจากที่ Phoronix เอา Sandy Bridge CPU ตัวใหม่ของ Intel ไปทดสอบแล้วล้มเหลวอย่างแรง GPU ก็เจ๊ง CPU ก็มีปัญหา เมื่อทาง Intel รู้ข่าว เลยส่งของมาให้ Phoronix ทดสอบใหม่ รุ่น CPU ยังเป็นตัวเดิมกับคราวที่แล้ว คือ Core i5 2500K แต่ว่าตัว motherboard เป็นรุ่น Intel BLKDH67BL ซึ่งเป็นของใหม่ที่ยังไม่ได้วางตลาดเลย

ผลการทดสอบใหม่ปรากฏว่าปัญหาต่างๆ ที่ Phoronix เคยเจอดูเหมือนว่าจะหายไปเกือบหมดแล้ว ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะตัว driver ของ Mesa และ DDX ใน Git ได้รับอัพเดตเพิ่ม อีกส่วนก็อาจจะเป็นที่ motherboard ASUS P8H67-M PRO ที่ Phoronix ใช้ทดสอบคราวที่แล้วมีปัญหากับ Linux ก็ไม่มีใครรู้ (ดูเหมือนว่า Michael Larabel จะออกเงินซื้อเองแถมแพงซะด้วย)

เกมส์ทุกตัวที่ใช้ทดสอบสามารถรันได้ผ่านฉลุย แถมผลการทดสอบของเกมส์ OpenGL ส่วนใหญ่ เช่น OpenArena, World of Padman, Warsow, Urban Terror, Tremulous, VDrift ก็ถือว่าอยู่ในขั้นใช้ได้ทีเดียว การ์ดจอออนบอร์ดของ Intel สามารถชนะการ์ดจอระดับกลาง-ล่างของ ATI (Radeon HD 4550 และ Radeon HD 5450) ที่ใช้ Gallium 3D driver ได้อย่างสบาย (แต่พอเจอการ์ดจอดีๆ หน่อย หรือ Catalyst driver ก็สู้เขาไม่ได้เหมือนเดิม เฮ้อ…) ส่วนการทดสอบที่ใช้พวก shaders หนักๆ อย่าง Nexuiz หรือ Lightsmark อันนี้ Sandy Bridge สอบตกไม่เป็นท่า คงเป็นเพราะ Mesa มันโบราณ หวังว่า Intel เห็นผลแบบนี้แล้วคงกลับตัวกลับใจหันมาเร่งทำ Gallium 3D driver ตามอย่าง ATI สักที (ยากกก)

ปัญหาพวกหน้าจอเละ หรือ เครื่องค้างเวลา CPU ทำงานหนักๆ ไม่มีแล้ว แสดงว่าตอนนี้ Sandy Bridge ใช้กับ Linux ได้ Phoronix แนะนำว่าขั้นต่ำควรเป็น Linux 2.6.37, Mesa 7.10, xf86-video-intel 2.14 ขึ้นไป รวมทั้ง libva หากต้องการ VA-API H.264 video acceleration ถ้าเป็นผู้ใช้ Ubuntu ตัว Kernel มีอยู่ใน Kernel Mainline PPA ส่วนสามตัวหลังคงต้องคอมไพล์เองจาก Git เพราะตอนนี้ยังไม่เข้า xorg-edgers PPA คงต้องรอกันอีกสักหน่อย

OpenBenchmarking.org (เว็บรีวิวและทดสอบ hardware คนทำเป็นทีมเดียวกับ Phoronix คาดว่าจะเปิดตัวปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้) จัดให้ Sandy Bridge GPU อยู่ในระดับกลาง-ล่าง

อย่างไรก็ตามปัญหาที่ Phoronix เคยเจอก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข เอาแค่ว่า “ปัญหาเกิดจากอะไร” ตอนนี้ยังเป็นความลับดำมืดอยู่เลย และนี่ก็ยังไม่ใช่ประสิทธิภาพที่แท้จริงของ Sandy Bridge แน่นอน หาก drivers สมบูรณ์กว่านี้ เราคงได้เห็นผลที่เหนือกว่านี้อีกเยอะ

ที่มา http://www.phoronix.com/scan.php?page=article&item=intel_sandy_speed&num=1

Advertisements

Phoronix ทดสอบ Sandy Bridge ใน Linux แล้ว ไม่ใช่แค่ GPU มีปัญหา CPU ด้วย

Phoronix เว็บไซต์ขาประจำได้ Sandy Bridge CPU ตัวใหม่จาก Intel มาทดลองจนได้ หลังจากที่ Michael Larabel ผู้ก่อตั้งเว็บ Phoronix ได้เจอกับตัวแทนของ Intel ในงาน CES 2011 ที่ลาสเวกัส  Intel ก็ไม่รู้ใจดีอะไร เกิดเปลี่ยนใจเอา Sandy Bridge มาให้เลยซะงั้น (ตอนแรก Intel ไม่ยอมส่งตัวทดสอบให้กับ Phoronix เพราะอ้างว่า drivers ยังไม่สมบูรณ์)

ตอนแรกเลย Phoronix ทดสอบกับ Ubuntu 10.10 แบบ default ไม่ได้ติดตั้งอะไรเพิ่ม ดังนั้นตัวระบบก็จะเป็น Linux 2.6.35 kernel, Mesa 7.9, และ xf86-video-intel 2.12 DDX ในขั้นนี้ Phoronix บอกว่าระบบก็ทำงานได้ มี Kernel Mode Setting ด้วย (ที่เห็นชัดๆ คือ Plymouth ใช้ KMS ดังนั้นตอนบูตขึ้นมา ถ้า resolution ตอนบูตสวยงาม ไม่เละ ไม่เพี้ยน ก็แสดงว่า KMS ไม่มีปัญหา) แต่ไม่มี 2D, 3D Hardware Acceleration ซึ่งเป็นเรื่องที่เรารู้กันอยู่แล้ว เพราะส่วน GPU ของ Sandy Bridge เรียกได้ว่าเป็นการเปลี่ยนยกแผงจากของเดิมเลย

ด้วยความเป็น Phoronix การคอมไพล์ driver และ Kernel ใหม่เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่ว่าหลังจากลง drivers ตัวใหม่ล่าสุดจาก Git (Mesa 7.11-devel, xf86-video-intel 2.14, libdrm 2.4.23) พร้อมด้วย vanilla Linux 2.6.37 kernel จาก Ubuntu mainline PPA ก็ยังพบว่า Compiz เปิดไม่ขึ้นอยู่ดี

ที่เป็นเช่นนี้เพราะ Compiz ดัน blacklist ตัว Sandy Bridge เอาไว้ แม้ว่าจะไปปิด blacklist ก็ยังรัน Compiz ไม่ขึ้น

เพราะฉะนั้น เรื่องแน่นอนสำหรับ Sandy Bridge ตอนนี้อย่างแรกคือ ใช้ Compiz ไม่ได้

ต่อมา Phoronix ก็ทดสอบกับเกมส์ ผลปรากฏว่าเกมส์ OpenGL ส่วนใหญ่ที่ใช้ทดสอบเล่นแทบไม่ได้เลย ถ้าไม่ค้าง, ก็ภาพเละ

  • Nexuiz เล่นได้เฉพาะ 800 x 600 หากเปิดความละเอียดสูงกว่านี้ภาพจะเละและค้าง
  • Warsow ค้างทันทีที่เปิดเกมส์
  • OpenArena เข้าเกมส์ได้ 1-2 วินาทีก่อนค้าง (ปกติ OpenArena เป็นเกมส์ที่ไม่เรื่องมาก driver เก่าๆ อย่าง Mesa ก็เอาอยู่)
  • World of Padman เล่นได้ไม่กี่วินาทีก็ค้าง
  • Smokin’ Guns ไม่ค้าง แต่ภาพเละ
  • Vdrift เป็นเกมเดียวที่ไม่ค้างเลย เฟรมเรตก็โอเค

ปัญหา GPU เป็นเรื่องที่ Phoronix คาดไว้แล้ว ดังนั้นเรื่องนี้เลยไม่น่าแปลกใจเท่าไร ผมเองก็เคยเขียนกระทู้ลงใน Ubuntuclub ถึงกับเรื่องปัญหาที่มีคนเอา Sandy Bridge ไปทดสอบกับ Linux แล้ว GPU ใช้งานไม่ได้

แต่ปัญหาของ Sandy Bridge บน Linux ไม่ได้มีแต่ GPU เพราะเมื่อ Phoronix พยายามจะคอมไพล์ Linux 2.6.38 kernel จาก source ก็เจอปัญหาว่าเมื่อใช้ CPU เต็ม 100% ทุกคอร์เมื่อไร ระบบจะค้าง ภาพบนจอจะเละไปเลย

Phoronix ยืนยันว่าปัญหาไม่ได้เกิดจากอุณหภูมิแน่ เพราะว่าเช็คอุณหภูมิตลอด CPU ไม่ร้อนจัดขนาดจะทำให้ค้างได้ หลังจากการคุยกับ Keith Packard จาก Intel OSTC ก็ได้ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่า “ตัวการน่าจะเป็น power management code ของ Sandy Bridge บน Linux”

อย่างไรก็ตาม Phoronix ยังคงเชียร์ว่า Sandy Bridge เป็น Intel CPU ที่เร็วมาก แต่ปัญหาเหล่านี้ (และอาจมีมากกว่านี้ด้วย) ทำให้วินาทีนี้ Sandy Bridge ยังไม่เหมาะกับผู้ใช้ Linux

เฮ้อ… คงต้องให้ Intel แก้ปัญหาเหล่านี้ให้หมดก่อน หวังว่าคงไม่รอจน Ivy Bridge ออกนะ

ที่มา http://www.phoronix.com/scan.php?page=article&item=intel_sandy_breaks&num=1

Phoronix บอก “อยากใช้ Intel Sandy Bridge สบายใจ อาจต้องรอ Ubuntu 11.04, Fedora 15”

ต้นปีหน้า Intel ก็จะออก Sandy Bridge แพลตฟอร์มใหม่อย่างเป็นทางการ หลายคนคงอยากจะจับจ่ายซื้อของใหม่กันแล้ว รวมถึงแฟนลินุกซ์ด้วย แต่ช้าก่อน เพราะ Phoronix เจ้าประจำที่ตามติด Sandy Bridge driver บน Linux มาตลอด ออกมาเตือนว่า “สำหรับคนที่ต้องการเห็นประสิทธิภาพทาง graphics ของ Sandy Bridge แบบเต็ม อาจจะต้องรอไปถึง Ubuntu 11.04, Fedora 15 หรือ distro อื่นๆ ที่ออกหลังปีไตรมาสแรกของปี 2011”

Intel เองได้เริ่มพัฒนา X.org driver สำหรับ Sandy Bridge P67 Graphics Chipset (การ์ดจอ on-board ของ Sandy Bridge นั่นแหละ P67 เป็นชื่อรหัสของตัว motherboard chipsets) มาตั้งแต่ต้นปี 2010 แล้ว และมีแผนสนับสนุนย้อนหลังไปถึง Linux 2.6.34 Kernel โน่นเลย Intel ตั้งเป้าไว้ว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในปลายปี 2010 นี้แหละ ซึ่งนั่นหมายความว่า ถ้าโชคดีสุดๆ มันก็จะทัน Linux 2.6.37 Kernel กับ Mesa 7.10 พอดี (ถ้าไม่ได้อ่านข่าวนี้ ผมไม่รู้เลยนะว่า Intel ไม่มีทีท่าสนใจ Gallium 3D เหมือนกับชาวบ้านเค้า สงสัยว่าพี่แกกะจะยึดติดกับ Mesa ไปจนตายเลยมั้ง?)

ด้วยเหตุผลทางด้านเทคนิคข้างต้น Ubuntu และ GNU/Linux distro เกือบทุกตัวที่ออกในปีนี้ ก็จะไม่สามารถใช้ฟีเจอร์สำคัญๆ เช่น DRM (Direct Rendering Manager) กับการ์ดจอ Sandy Bridge ได้ เพราะ Kernel ตัวเก่ายังไม่รองรับนั่นเอง ยกเว้นว่าจะเอา Linux Kernel ตัว RC, xf86-video-intel 2.14, กับ Git code ของ Mesa ตัวล่าสุดมาคอมไพล์เอง (ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องที่มนุษย์ปกติอยากทำกัน ปล่อยพวกเซียนทำไปเถอะ) และถึงว่าจะใช้ Git code ตัวล่าสุดก็ไม่ใช่ว่าจะใช้ได้ 100% ยังมีเรื่องของ bugs ที่ต้องตามแก้ และฟีเจอร์ H.264 VA-API video encoding ก็ยังไม่มีกำหนดว่าจะใช้ได้เมื่อไร (อาจจะต้องรอไปถึง Linux 2.6.38 Kernel)

…for proper support you are looking for the Linux 2.6.37 kernel, Mesa 7.10, and xf86-video-intel 2.14 as the key components. Anything short of that and you will probably be unsatisfied with the Intel graphics experience.

Though even running all of the latest upstream code, you still may not be completely satisfied. There may be some initial bugs to work out and there is some features lacking, like H.264 VA-API video encoding not yet being there for Sandy Bridge. We haven’t yet seen this video acceleration playback code for Sandy Bridge arrive, which would need to land within the next few weeks if targeting the Linux 2.6.38 kernel, otherwise it will be pushed out until Linux 2.6.39 or even later.

แต่ถ้าใครไม่ซีเรียสเรื่อง graphics perfoemance มาก หรือ กะว่าจะใช้การ์ดจอแยกของยี่ห้ออื่นอยู่แล้ว Phoronix ก็สนับสนุนให้ซื้อ Sandy Bridge มาลองเล่นได้เลย ตัว CPU กับ chipsets ตัวอื่นคาดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร อาจจะมีเรื่องของ sensors บางตัวอ่านค่าไม่ได้ ซึ่งตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับรุ่นและยี่ห้อ mainboard ด้วย

ที่มา http://www.phoronix.com/scan.php?page=article&item=intel_sandybridge_linux&num=2

ร่วมกรอกแบบสอบถามกับ Phoronix 2010 Linux Graphics Survey

เจ้าเก่าเจ้าเดิม Phoronix เว็บไซต์ขาประจำเรื่อง Graphics, Benchmark etc. บน *nix OS เริ่มจัดทำแบบสอบถาม Linux Graphics Survey สำหรับปี 2010 นี้แล้ว นับเป็นปีที่สี่ต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่ปี 2007

การสำรวจรอบนี้จะใช้เวลาเก็บข้อมูลเป็นเวลา 1 เดือน คือ 1 กันยายน จนถึง 1 ตุลาคม 2010 เมื่อสิ้นสุดกำหนดการ Phoronix ก็จะเผยแพร่ผลการสำรวจพร้อมกับการวิเคราะห์ตามธรรมเนียมที่ปฏิบัติเช่นทุกปี (ผลการสำรวจปี 2007, 2008, 2009)

ขอให้ทุกท่านช่วยไปร่วมทำแบบสอบถามได้ที่

Phoronix’s 2010 Linux Graphics Survey

คำถามมี 10 กว่าข้อเอง คำถามสั้นๆ ตัวเลือกสั้นๆ ไม่ถึง 2 นาทีก็เสร็จ

มีข้อสำคัญอย่างหนึ่ง คือ การกรอกแต่ละครั้งให้ผู้ทำนับเฉพาะเครื่องที่ลง *nix OS เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ถ้ามีหลายเครื่องให้ทำหลายรอบๆ ได้ (ผมเผลอกรอกรวม ใส่ข้อมูลของทั้งสองเครื่องไปรอบหนึ่ง :-() และข้อที่ไม่รู้หรือไม่อยากตอบก็เว้นว่างไว้ก็ได้

Ubuntu 10.04 กินไฟมากกว่า Windows 7

หลายคนที่ใช้ Notebook หรือ Netbook คงพอจะรู้สึกเลาๆ บ้างว่าตอนใช้ Ubuntu แบตหมดเร็วกว่าตอนใช้ Windows แต่ก็ยังไม่มีการทดสอบมายืนยันชัดเจนนัก จนกระทั่งเว็บไซต์ Phoronix ซึ่งมีชื่อเสียงกระฉ่อนในด้าน *nix Benchmark ได้ทำการทดสอบปริมาณการบริโภคพลังงานของ Ubuntu 10.04 และ Windows 7 เทียบกัน ผลที่ออกมาก็ไม่ต่างจากความคาดหมายของหลายๆ คน นั่นคือ Ubuntu กินไฟมากกว่า Windows จริง (สาวก Ubuntu คนไหนรับไม่ได้ อ่านต่อให้จบก่อนนะครับ)

เครื่องที่ใช้ทดสอบในครั้งนี้มีทั้ง Notebook และ Netbook คือ

  • Lenovo ThinkPad T61 (Intel Core 2 Duo T9300, NVIDIA Quadro NVS 140M, RAM 4GB, จอ 15.4-inch display, SATA HDD 100GB Hitachi 7200RPM)
  • ASUS Eee PC 1201N (Intel Atom 330 dual-core CPU, NVIDIA GeForce 9400M ION graphics, RAM 2GB , จอ 12.1-inch display, SATA HDD 250GB 5400RPM)

ระบบปฏิบัติการที่ใช้ คือ Ubuntu 10.04 LTS x86_64 และ Microsoft Windows 7 Professional x64

การบริโภคพลังงานในการทดสอบนี้ดูจากปริมาณวัตต์ที่ใช้ในขณะที่เครื่องอยู่ในสภาพ idle สรุปได้โดยกราฟข้างล่าง

จากกราฟทั้งสองอันจะพบว่า Ubuntu ใช้ปริมาณวัตต์มากกว่า Windows ทั้งใน Notebook Lenovo T61 และ Netbook Eee PC 1201N ION และถึงแม้ว่า Proprietary driver จาก nVidia จะช่วยให้ปริมาณการใช้วัตต์ลดลง แนวโน้มความแตกต่างการใช้พลังงานของ Ubuntu และ Windows ก็เหมือนเดิม

ตามความเห็นส่วนตัว ผมคิดว่าผลการทดสอบนี้ยังไม่สามารถชี้ชัดลงไปได้ว่า Netbook หรือ Notebook ทุกเครื่องที่ลง Ubuntu จะต้องกินไฟพลังงานมากกว่า Windows ทุกเครื่อง เพราะเป็นการทดสอบเฉพาะเครื่องที่ใช้ nVidia เท่านั้น และ ยังเป็นเพียงการเทียบปริมาณวัตต์ขณะ idle ด้วย ไม่ใช่การเทียบจำนวนชั่วโมงการใช้งานจริง (ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะมีผลการทดสอบที่เป็นมาตรฐานในกรณีนั้น)

อย่างไรก็ตาม นี่ก็คงพอจะเป็นคำอธิบายที่ดูเป็นวิทยาศาสตร์ที่สุดแล้วในตอนนี้สำหรับคนที่กังวลเรื่องการกินไฟของ Ubuntu และผมหวังว่าผลนี่จะเป็นตัวกระตุ้นให้ Developers พัฒนาระบบ Power Management ใน Linux ให้ดียิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ

ที่มา http://www.phoronix.com/scan.php?page=article&item=linux_windows_part2&num=1