โปรเจ็กต์ลับของผมในปี 2012

เมื่อประมาณสัปดาห์ที่แล้ว ผมโพสต์ใน Facebook และ Twitter ว่าจะหยุดเขียนอะไรลง Social Network ชั่วคราว เพราะผมรู้สึกว่าแทนที่จะได้อ่านข้อมูลที่มีประโยชน์ เราก็มัวแต่กังวลกับสิ่งที่เราโพสต์ลงไปซึ่งบางทีมันก็เป็นแค่ความคิดชั่ววูบที่แวบเข้ามาในสมอง ไม่ได้กลั่นกรองให้มากพอ (แต่ส่วนใหญ่ผมคิดหลายรอบก่อนโพสต์นะ — อย่างน้อยผมก็เชื่ออย่างนั้น) หนักเข้ามันเลยไม่ค่อยคิดอะไร นึกอะไรได้ก็โพสต์ แต่ละโพสต์เลยดูไร้ค่าเหมือนขยะความคิดราคาถูก แถมเสียเวลาที่จะเอาไปคิดไปทำอะไรอย่างอื่นด้วย

“เพื่อน” บางคนใน Facebook และ Twitter อาจเข้าใจผิดว่าผมโกรธหรือไม่พอใจอะไรใครหรือเปล่า ก็ต้องขอบอกตรงนี้ว่า “ไม่ใช่” บางทีผมก็เบื่อขึ้นมาแบบไม่มีเหตุผล แม้ว่าผมจะไม่ได้เขียนอะไรหรือแชร์อะไรแล้ว แต่ผมก็ตามอ่านสาระและข้อมูลของคนอื่นๆ อยู่

การหยุดเขียนไป 1 อาทิตย์ทำให้ผมได้มีเวลาคิดอะไรได้เยอะขึ้นมาก ตอนนี้ในหัวผมมีโปรเจ็กต์เพิ่มขึ้นมาอีกสองอันแล้ว รวมกับอันเดิมที่มีอยู่ก็จะเป็นสามอัน ทั้งหมดนี้ยังเป็นความลับอยู่เพราะผมยังรวบรวมไม่เสร็จดี

  • โปรเจ็กต์แรก เป็นโปรเจ็กต์ที่ผมวางไว้เป็นเวลาปีกว่าๆ แล้ว ยังไม่มีกำหนดเสร็จ และอาจจะต้องรอโอกาสที่เหมาะสมเท่านั้นเพราะเป็นเรื่องที่มีผลกระทบค่อนข้างกว้าง โปรเจ็กต์นี้มีคนรู้แค่เพื่อนที่รู้จักกันไม่กี่คน, และเพื่อนใน Facebook อีกไม่กี่คนเช่นกัน
  • โปรเจ็กต์ที่สอง อันนี้คิดได้หลังจากการหยุดเขียน Social Network สองวัน เป็นโปรเจ็กต์ที่จะทำลงให้เว็บ Jusci.net คาดว่าจะเห็นเป็นรูปเป็นร่างได้ภายในครึ่งแรกของปีนี้ ตอนนี้กำลังเก็บรวบรวมข้อมูลอยู่ ผมยังไม่ได้บอกใคร แต่อีกไม่นานคงต้องปรึกษากับ Jusci writers ท่านอื่นดู
  • โปรเจ็กต์ที่สาม อันนี้เพิ่งคิดได้เมื่อสองวันก่อน เป็นสิ่งที่ผมจะทำสนองความต้องการของตัวเอง ดังนั้นผมคงไม่บอกใครจนกว่ามันจะเสร็จสมบูรณ์ ผมหวังว่าคงจะเสร็จได้ภายในปีนี้ Read more of this post
Advertisements

Breath Bird ลมหายใจที่ทวีต

ด้วยโปรแกรมชื่อ “Breath Bird” ที่พัฒนาโดยบริษัทสัญชาติญี่ปุ่น TechFirm เพียงแค่ใช้ลมหายใจ เราก็สามารถเล่น Twitter ได้แล้ว

Breath Bird เป็นโปรแกรมสำหรับ iPad การทำงานของโปรแกรมคือ จะมีแถบไฮไลต์เลื่อนไปตามแนวตั้งผ่านแถวของคีย์บอร์ดบนหน้าจอ หากผู้ใช้อยากให้หยุดตรงแถวไหน ก็หายใจลงไปในไมโครโฟนของ iPad พอเลือกแถวได้แล้ว ไฮไลต์ก็จะวิ่งในแนวนอนเพื่อให้ผู้ใช้เลือกตัวอักษรด้วยการหายใจเช่นเดียวกัน

แม้ว่าจะดูแล้วเหนื่อยกว่าจะพิมพ์ได้ครบประโยค แต่ว่าโปรแกรมนี้จะเป็นประโยชน์มากกับกลุ่มผู้พิการที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้

ไม่แน่นะ ต่อไปเราอาจจะเห็นศาสดา Stephen Hawking สั่งสอนเหล่าสาวกผ่าน Twitter ก็ได้

ที่มา http://techcrunch.com/2011/07/14/breath-bird-new-twitter-client-lets-handicapped-users-tweet-with-their-breath/

Ubuntu แจ้งเตือนปัญหา update ผ่าน twitter และ identi.ca

มีใครเคยเจอประสบการณ์สยองขวัญหลังอัพเดต Ubuntu บ้างหรือเปล่า แบบอัพเดตแล้วบูตไม่ขึ้น จอฟ้า เอ๊ย จอดำ ต่อไปนี้ไม่ต้องกังวล รอค้น Google กันทุกครั้งก่อนอัพเดตแล้วเพราะ Ubuntu เปิดบริการแจ้งเตือนปัญหาอัพเดตผ่านทางบริการ Microblogging ยอดนิยมสองตัว คือ twitter และ identi.ca ใช้ชื่อ account ว่า ubuntustatus เหมือนกันทั้งสองที่ คือ

http://twitter.com/ubuntustatus

http://identi.ca/ubuntustatus

สำหรับตอนนี้ status ของทั้งสองอันคือ “All clear” ยินดีด้วยครับ ไม่มีปัญหา ใครใคร่อัพ อัพได้ 😛 (สังเกตว่าตรง @ubuntustatus ใน twitter เป็นการอัพเดตผ่าน identi.ca) ผมอยากรู้เหมือนกันว่าถ้ามีปัญหาจะแจ้งเตือนอย่างไรและละเอียดขนาดไหน (ใจหนึ่งก็อยากรู้ แต่อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากให้มี)

ตอนนี้ผมไม่แน่ใจว่าผู้ใช้จะแจ้งปัญหาของตัวอัพเดตผ่านทางนี้ได้หรือไม่

ที่มา

Social Network ช่องทางติดต่อสื่อสารกับมหาวิทยาลัยมหิดล

สงสัยผมจะไม่ได้สังเกตมานานเลยไม่รู้ว่ามหาวิทยาลัยมหิดลมีช่องทางสื่อสารในโลก Social Network ด้วย ถ้าเข้าจากหน้าเว็บแรกของมหาวิทยาลัย http://www.mahidol.ac.th/ ก็จะเห็น icon ของ Facebook, Twitter และ Youtube สามอันเรียงกันอยู่เป็นแถบทางด้านขวาดังรูป

ผมจับ screenshot มาไม่ค่อยดี สังเกตด้านขวานะครับ

ซึ่งถ้าคลิกที่แต่ละรูปก็จะมีรายการ Social Network ของแต่ละสำนักงานและคณะ (บางคณะอาจจะแยกละเอียดไปถึงระดับภาควิชา) เรียงตามลำดับ อิทธิพล เอ๊ย ไม่ใช่ (วอนซะแล้ว) ตัวอักษรของคณะนั้นๆ

อันนี้เป็น Facebook ครับ http://www.mahidol.ac.th/mueng/facebook.htm

Twitter ตามไป follow ได้ที่ http://www.mahidol.ac.th/mueng/twitter.htm

และ MahidolTV Channel ใน Youtube http://www.youtube.com/user/mahidoltv (แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นมีวิดีโออะไรให้ชม สงสัยเปิดรอไว้ก่อน ผมคาดว่าวิดีโอที่จะเอามาลงคงเป็นคลิปวิดีโอภาพกิจกรรมมหาวิทยาลัยหรือบางทีอาจจะมีวิดีโอบรรยายวิชาเรียนก็ได้)

แม้ว่าจะไม่รู้ว่ามหาวิทยาลัยมหิดลมีนโยบายนี้มานานเท่าไรแล้วหรือมหาวิทยาลัยอื่นมีหรือไม่ ผมก็รู้สึกว่านี่เป็นนิมิตหมายอันดีที่หลายๆ หน่วยงานทั้งของรัฐบาลและเอกชนไม่เว้นแม้แต่สถาบันการศึกษาเห็นความสำคัญของช่องทางการติดต่อและการสื่อสารในโลกอินเตอร์เน็ตมากยิ่งขึ้น ซึ่งแตกต่างจากนโยบาย ICT ในยุคเดิมเป็นอย่างมาก จากที่มหาวิทยาลัยทำ webpage สักหน้าหนึ่งใส่ flash เยอะๆ กระจุยกระจาย นักศึกษาก็เข้าไปเฉพาะลงทะเบียนกับดูผลสอบ กลายมาเป็นการสร้างช่องทางปฏิสัมพันธ์ในรุปแบบ Social Network ที่เปิดโอกาสรับฟัง-เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับองค์กรแบบทางตรง, ประชาสัมพันธ์ข่าวสารให้กับบุคคลในวงกว้าง รวมไปถึงการสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัยให้กับองค์กรอีกด้วย

ต้องขอขอบคุณเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตจริงๆ และขอขอบคุณมหาวิทยาลัยมหิดลด้วย

ป.ล. นี่ผมก็พิมพ์โพสต์นี้ผ่านอินเตอร์เน็ตของมหาวิทยาลัยมหิดลนะ 😛

“Chuitter”: Twitter clone ที่น้อยกว่า Twitter

ถ้าใครคิดว่า 140 ตัวอักษรของ Twitter ยังเป็นลิมิตที่มากเกินไป ไม่รู้จะพิมพ์อะไรได้ยาวขนาดนั้น ขอให้ลอง Chuitter ดู

Chuitter เป็น Twitter clone สัญชาติญี่ปุ่น ที่กำหนดลิมิตจำนวนตัวอักษรไว้ที่ 14 ตัว ย้ำอีกทีว่า 14 ตัวเท่านั้น น้อยกว่า Twitter 10 เท่า!

อันนี้มีคนให้เหตุผลไว้ว่า ในภาษาญี่ปุ่น ตัวอักษร Kanji (อักษรจีนในภาษาญี่ปุ่น) สามารถสื่อความหมายสมบูรณ์ในตัวของมันเองได้โดยใช้ตัวอักษรแค่ตัวเดียว (หรือไม่กี่ตัว) ต่างจากภาษาอังกฤษ (หรือภาษาอื่นๆ เช่น ภาษาไทย) ที่แต่ละตัวอักษรใช้แทนเสียง ต้องประกอบกันเป็นคำจึงจะสื่อความหมายได้

ยกตัวอย่างเช่น ข้อความ tweet 122 ตัวอักษรในภาษาอังกฤษ เมื่อแปลเป็นภาษาญี่ปุ่นแล้ว จะใช้เพียง 59 ตัวอักษรเท่านั้น Wow!

ผมรู้สึกว่าคนญี่ปุ่นนี่เป็นพวกชอบย่อขนาดของให้เล็กๆ น้อยๆ จิ๋วๆ ในสายเลือดเลยทีเดียว พวก gadget เล็กๆ น่ารักๆ นี่มาจากญี่ปุ่นทั้งนั้น แถมความคิดต่อยอดยังเป็นเลิศอีกด้วย

แต่ผมก็ยังสงสัยอยู่ดีว่า 14 ตัวอักษรมันจะพูดอะไรได้บ้าง ต่อให้ใช้คันจิทั้งหมดก็เถอะ หรือจะไว้ให้เป็นคดี Dying message พล็อตใหม่ในพวกการ์ตูนนักสืบ 😀

ที่มา (ภาษาอังกฤษ) http://asiajin.com/blog/2009/09/28/twitter-clone-nano-blog-chuitter-limits-14-letters-instead-of-140