Unity อัพเกรดหน้าตาโฉมใหญ่

วันนี้ Unity ของตัว Ubuntu 11.10 ซึ่งยังอยู่ในสถานะ Alpha 3 ได้เผยการอัพเกรดหน้าตาขนานใหญ่ โดยเฉพาะในส่วนของ Dash (กรอบโปร่งใสที่โผล่ขึ้นมาตอนกดปุ่ม Ubuntu มุมซ้ายบน)

ข้างล่างนี้คือรูปร่างหน้าตาของ Unity ตัวเดิม

ส่วนสองรูปข้างล่างคือรูปของ Dash ตัวใหม่

สังเกตว่าตัวใหม่จะดูเรียบหรูกว่าตัวเก่ามากทีเดียว มีการยกเอาส่วนของ Lens มาไว้ตรงด้านล่างของ Dash แทนที่จะอยู่ตรง Launcher เหมือนเดิมให้เกะกะ ช่อง “Refine Search” ก็ทำออกมาดูดีกว่าเมนู drop down สั่วๆ ของ Ubuntu 11.04 Natty (ของใหม่นี้ออกจะคล้ายกับใน Unity 2D มาก) สีของ Dash ก็เปลี่ยนตามสีของ wallpaper ด้วย เนียนตามากๆ

ดูตรงมุมซ้ายบน จะเห็นว่าปุ่ม Ubuntu (หรือที่เรียกกันเล่นๆ ว่า Big Funny Button, BFB) หายไป กลายสภาพมาเป็น Ubuntu icon บน Launcher แทน ดังนั้นรายการ Global Menu ของหน้าต่างโปรแกรมที่เปิดอยู่ก็จะขยับเข้าไปทางด้านซ้ายมากขึ้น อันนี้ไม่ทราบว่าเป็นการเอาออกถาวรหรือชั่วคราว ผมเองอยากให้ปุ่ม BFB อยุ่มุมซ้ายบนตรงนั้นเหมือนเดิมมากกว่า เพราะการลากเมาส์ไปให้สุดทางแล้วคลิกมันง่ายกว่ามาก น่าจะง่ายกว่าต้องไปเพ่งลากให้ตรงกับ icon บน Launcher

ดูรุปเต็มๆ อีกหลายรูปได้จากที่มาสองอันข้างล่าง

วิธีเอาปุ่ม Files และ Application ออกจาก Unity Launcher

วันนี้ผ่านไปเจอโพสต์ [How To] Make A Minimal-looking Narwhal Desktop เลยได้รู้วิธีการเอาปุ่ม Files และ Application ออกจาก Unity Launcher ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมหามานานมาก

วิธีก็ไม่ยากเท่าไร

1. เปิด Terminal พิมพ์คำสั่ง

sudo gedit /usr/share/unity/places/*.place

2. จากนั้นก็เพิ่มบรรทัดข้างล่างนี้เข้าไปใต้บรรทัดที่มีคำว่า “shortcut”

ShowEntry=false

3. เซฟไฟล์ กดปิด gedit จากนั้นก็รีสตาร์ตรอบหนึ่ง

ที่มา http://www.omgubuntu.co.uk/2011/08/how-to-minimal-narwhal-desktop/

Alt+Tab ใน Ubuntu 11.10 มาใหม่ ไฉไลกว่าเดิม

ใน Ubuntu 11.10 Oneiric Ocelot ตัวสลับหน้าต่างของ Alt+Tab ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้ดูสวยงาม ไฉไลกว่าของเดิมขึ้นมากมาย ดูตัวอย่างได้จากคลิปของ OMG! Ubuntu! ข้างล่าง

ตอนนี้ปัญหาของตัวสลับหน้าต่างแบบใหม่ คือ ถ้าโปรแกรมเดียวกันมีหน้าต่างเปิดอยู่หลายอัน มันก็ยังแสดงแค่อันเดียว ทำให้ Ubuntu จึงวางคีย์ลัดของตัวสลับหน้าต่างแบบใหม่ไว้ที่ Ctrl+Tab ไว้ก่อนเป็นการชั่วคราว และยังคง Alt+Tab ไว้เผื่อสำหรับคนที่ยังมีความจำเป็น (หวังว่า Ubuntu 11.10 ตัวจริงคงแก้ปัญหานี้นะ เพราะ Ctrl+Tab มันไปชนกับคีย์ลัดสลับแท็บของ Firefox ด้วย)

ผมชอบตรงที่มันแสดง Unity Badge ตรง icon ของโปรแกรม (ตัวเลขและแถบสถานะดาวน์โหลด) ในตัวสลับหน้าต่างด้วยนี่แหละ เท่ดี

ที่มา http://www.omgubuntu.co.uk/2011/07/unity-progress-report-alt-tab-style/

Ubuntu 11.10 เอา Me Menu ออก

Me Menu คือตัว indicator ที่แสดงสถานะ log in และ broadcast account อยู่บน panel ด้านบนของ Ubuntu มาตั้งแต่ Ubuntu 10.04 Lucid Lynx

แต่ว่าล่าสุดนักพัฒนาของ Ubuntu ก็ตัดสินใจเอา Me Menu (หรือชื่อแพคเกจ “indicator-me”) ออกแล้ว เนื่องจากเห็นว่ารายการของ Me Menu มีความซ้ำซ้อน และไม่ควรจะมีอยู่ตรงนั้น

ดังนั้นใน Ubuntu 11.10 Oneiric Ocelot จึงเอาตัว broadcast account (ซึ่งเชื่อมกับ Gwibber) ไปอยู่ตรง Messaging Menu แทน ซึ่งก็สมเหตุสมผลดี เพราะ Messaging Menu ก็เป็นที่แสดงรายละเอียดของตัว IM อยู่แล้ว การเอา IM กับ Social Network มาไว้ใกล้ๆ กันทำให้ชีวิตของใครหลายคนง่ายขึ้นเยอะ

Messaging Menu แบบใหม่และ Me Menu ที่หายไป (ภาพจาก OMG!Ubuntu!)

ส่วนตัวแสดงสถานะ log in ก็จะย้ายไปอยู่ตรง Shutdown applet แทน ซึ่งในตอนนี้ตรงนั้นก็รวมพวกรายการ Log out, Shutdown, System settings ไว้อยู่แล้ว การเอาสถานะ log in ไปไว้ตรงนั้นดูเหมาะสมกว่าการใส่ใน broadcast status เยอะเลย

ที่มา http://www.omgubuntu.co.uk/2011/07/ubuntu-11-10-menu-goodbye/

ป.ล. ผมไม่มีภาพ Me Menu ตัวเดิมมาใส่เปรียบเทียบ เพราะว่าผมเองก็ลบ indicator-me ไปตั้งแต่ภายใน 10 นาทีแรกที่ลง Ubuntu เสร็จแล้ว

Gwibber เวอร์ชันใหม่ใน Ubuntu 11.10 เร็วกว่าเดิม กินแรมน้อยลง

ผมไม่รู้ว่ามีใครใช้ Gwibber บ้าง แต่ผมคนหนึ่งแหละที่ไม่ใช้ เพราะมันทั้งช้า ทั้งบั๊กเยอะ ดูดแรม (ทุกวันนี้ผมเล่น Twitter และ Facebook จากหน้าเว็บนั่นแหละ ง่ายดี ไม่ก็ Seesmic Web โพสต์ทีเดียวขึ้นสองที่เลย)

นักพัฒนา Gwibber เองก็รู้ข้อนี้ จึงทำการปรับเปลี่ยนยกแผงใหม่ใน Gwibber เวอร์ชัน 3.1 ซึ่งจะมาพร้อมกัน Ubuntu 11.10 โดยจะเปลี่ยนจากเดิมที่ใช้ Python และ Webkit มาเป็น Vala และ GTK3 แทน

ผลที่ได้ต้องเรียกว่าน่าประทับใจมาก นอกจากจะเร็วและตอบสนองดีขึ้นแล้ว จากการทดสอบเป็นเวลา 10 นาที Gwibber เวอร์ชันใหม่บริโภคแรมไปเพียง 32 MB เท่านั้น (เวอร์ชันเดิมที่ทดสอบบนเครื่องเดียวกันกินไปกว่า 100 MB)

แม้แต่ตัว UI และ UX ก็เปลี่ยนไปด้วย จากวิดีโอข้างล่างจะเห็นว่าดูลื่นขึ้นผิดหูผิดตา มี animation เล็กๆ น้อยๆ ตอนสลับมุมมองที่ทำให้ดูน่าใช้

นอกจากนี้นักพัฒนายังสัญญาด้วยว่า หาก Google เปิด Google+ API เมื่อไร Gwibber ก็จะรองรับ Google+ ด้วยแน่นอน

ที่มา www.omgubuntu.co.uk/2011/07/gwibber-revamped-ubuntu-11-10/